อย่างที่ทราบกันดีว่า ในปี 2563 เป็นปีที่เริ่มต้นการเก็บภาษีที่ดินใหม่ หรือที่เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2562 (พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) โดยในครั้งแรกประกาศให้เริ่มจัดเก็บไปเป็นเดือนสิงหาคม 2563 แทน แต่เนื่องจากกฎหมายในพ.ร.บ. ที่กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลังรับผิดชอบยังไม่เสร็จเรียบร้อย จึงทำให้กำหนดการเสียภาษีถูกเลื่อนออกไป ทำให้ในปี 2566 ได้มีการลดหย่อนภาษีที่ดินให้ 15% ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้
แต่ในปี 2567 นี้ กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบเต็มอัตรา 100% ไม่มีการลดหย่อน แต่ขยายระยะเวลาการชำระภาษีออกไป ดังนั้น หากคุณเป็นผู้ถือครองที่ดินหรือเข้าข่ายจะต้องเตรียมรับมือหรือจ่ายภาษีอย่างไร รวมถึงมีโอกาสได้รับการลดหย่อนจากอะไรบ้าง ทำความเข้าใจข้อมูลเหล่านี้ได้ในบทความฉบับนี้เลย
ภาษีที่ดินใหม่คืออะไร
เพื่อให้คุณได้ศึกษาและทำความเข้าใจกับข้อมูลได้ง่ายขึ้น อันดับแรกจะต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับภาษีที่ดินใหม่ เพื่อเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ตามมา ด้วยองค์ความรู้พื้นฐาน ดังต่อไปนี้
1. นิยามของภาษีที่ดินใหม่
ภาษีที่ดิน หรือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีที่ดินใหม่ที่มาแทนการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดินซึ่งถูกยกเลิกไป โดยผู้ที่เคยเสียภาษีดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2563 จะไม่ต้องเสียภาษีเหล่านี้ซ้ำอีก แต่จะเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทนตามพ.ร.บ. ฉบับใหม่
ซึ่งภาษีที่ดินใหม่ ปี 2567 นี้ จะทำการจัดเก็บภาษีตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ในครอบครอง โดยจะทำการจัดเก็บเป็นรายปี โดยแบ่งทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
- ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม
- ที่เพื่อการอยู่อาศัย
- ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม
- ที่ดินรกร้างว่างเปล่า
2. องค์ประกอบภาษีที่ดินใหม่
สำหรับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีที่ดินใหม่ตามพ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน คือ
- ฐานภาษี : เป็นจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษี ได้แก่ มูลค่าทั้งหมดของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยเป็นราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากกรมธนารักษ์
- ผู้เสียภาษี : เจ้าของที่ดิน เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของห้องชุด หรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ทำประโยชน์ในส่วนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของรัฐ ทั้งนี้ ผู้เสียภาษีต้องเสียภาษีทุกปี และต้องชำระภายในเดือนเมษายนของปีนั้นๆ เหมือนกับการชำระภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนและที่ดินซึ่งถูกยกเลิกไป (ยกเว้นปี 2567 มีกำหนดการชำระภาษีเต็ม 100% และขยายระยะเวลาออกไปอีก 2 เดือน จากเดิมต้องชำระภายในเดือนเมษายน 2567 ภาษีที่ดินใหม่ ปี 2567 สามารถชำระได้ภายในเดือนมิถุนายน 2567)
- ผู้จัดเก็บภาษี : หน่วยงานผู้รับผิดชอบในการจัดเก็บภาษี ได้แก่ สำนักงานเขตเทศบาล, สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล, สำนักงานเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และศาลาว่าการเมืองพัทยา
3. ประเมินการเสียภาษีอย่างไร
การประเมินการเสียภาษีจะคำนวณเป็นขั้นบันไดตามมูลค่าของฐานภาษีและจะปรับตามรอบบัญชีประเมินราคาทุก 4 ปี ผู้ประเมินการเสียภาษีที่ดินใหม่ คือกรมธนารักษ์ โดยคุณสามารถคำนวณหาจำนวนภาษีที่ต้องจ่ายได้จาก 3 สูตรนี้
1. สูตรคำนวณหาภาษีสำหรับที่ดินที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง
มูลค่าที่ดิน x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย
(โดยมูลค่าที่ดิน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน (ต่อ ตร.ว.) x ขนาดพื้นที่ดิน)
ยกตัวอย่าง
นาย A ครอบครองที่ดินไม่มีสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ในการเกษตรมูลค่า 70 ล้านบาท อัตราภาษีอยู่ที่ 0.01%
70,000,000 X 0.01/100 = ภาษีที่ต้องจ่าย 7,000 บาท
2. สูตรคำนวณหาภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
(มูลค่าที่ดิน + มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง) x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย
(โดยมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง = (ราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง
ยกตัวอย่าง
นาย B ครอบครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยมูลค่า 50 ล้านบาท และมีมูลค่าสิ่งปลูกสร้างอีก 10 ล้านบาท อัตราภาษีอยู่ที่ 0.03%
(50,000,000 + 10,000,000) X 0.03/100 = ภาษีที่ต้องจ่าย 18,000 บาท
สูตรคำนวณหาภาษีสำหรับห้องชุด
มูลค่าห้องชุด x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย
โดยมูลค่าห้องชุด = ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่ห้องชุด (ตร.ม.)
ยกตัวอย่าง
นาย C ครอบครองคอนโดมิเนียมมูลค่า 10 ล้านบาท ตามกฎหมายที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ในเงื่อนไขบ้านหลังหลัก มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแต่ไม่ใช้เจ้าของที่ดิน อัตราภาษีที่จะต้องเสียอยู่ที่ 0.02%
10,000,000 X 0.02/100 = ภาษีที่ต้องจ่าย 2,000 บาท
วัตถุประสงค์ในการเก็บภาษีที่ดินใหม่
ภาษีที่ดินใหม่มีวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บเพื่อแก้ไขปัญหาในด้านการใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ดังนี้
- แก้ปัญหาเรื่องภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีโรงเรือนและที่ดิน
- ลดความเหลื่อมล้ำของความรวยและความจน
- แก้ปัญหาที่ดินรกร้าง ให้ทำมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
- เพิ่มรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้ประชาชนตรวจสอบการทำงานของรัฐว่ามีการเก็บภาษีอย่างเป็นธรรมในท้องถิ่น

ใครจำเป็นต้องจ่ายภาษีที่ดินใหม่
บุคคลที่ต้องเสียภาษีที่ดินใหม่ จะต้องเป็นเจ้าของในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยคำว่าเจ้าของในที่นี้คือการเป็นเจ้าของในกรรมสิทธิ์หรือเจ้าของในโฉนดในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือถ้ามีเจ้าของร่วมกันหลายคน แค่คนใดคนหนึ่งชำระภาษีครบถ้วนก็ถือว่าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรูปแบบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะต้องเสียภาษีที่ดินใหม่นี้จะแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม
เงื่อนไขสำหรับผู้เสียภาษีที่ดินใหม่ กรณีถือครองที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม เช่น ทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจการอื่นๆ สามารถแบ่งได้ 2 กรณี คือ 1. เจ้าของที่ดินเป็นบุคคลธรรมดา และ 2. เจ้าของที่ดินเป็นนิติบุคคล ดังนี้
- เจ้าของที่ดินเป็นบุคคลธรรมดา
| มูลค่าอสังหาฯ (ล้านบาท) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (%) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (ตามมูลค่าอสังหาฯ) |
| ที่ดินมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท | ได้รับการยกเว้นภาษี | ได้รับการยกเว้นภาษี |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 50 – 125 ล้านบาท | 0.01% | ล้านละ 200 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 125 – 150 ล้านบาท | 0.03% | ล้านละ 300 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 150 – 550 ล้านบาท | 0.05% | ล้านละ 500 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 550 – 1,050 ล้านบาท | 0.07% | ล้านละ 700 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป | 0.1% | ล้านละ 1,000 บาท |
- เจ้าของที่ดินเป็นนิติบุคคล
| มูลค่าอสังหาฯ (ล้านบาท) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (%) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (ตามมูลค่าอสังหาฯ) |
| ที่ดินมูลค่าไม่เกิน 75 ล้านบาท | 0.01% | ล้านละ 200 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 75 – 100 ล้านบาท | 0.03% | ล้านละ 300 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 100 – 500 ล้านบาท | 0.05% | ล้านละ 500 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 500 – 1,000 ล้านบาท | 0.07% | ล้านละ 700 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป | 0.1% | ล้านละ 1,000 บาท |
ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย
เงื่อนไขสำหรับผู้เสียภาษีที่ดินใหม่ ในกรณีถือครองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย สามารถแบ่งได้ 3 กรณี ดังนี้
1. บ้านหลังหลัก มีชื่อในทะเบียนบ้านและเป็นเจ้าของที่ดิน
| มูลค่าอสังหาฯ (ล้านบาท) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (%) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (ตามมูลค่าอสังหาฯ) |
| ที่ดินมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท | ได้รับการยกเว้นภาษี | ได้รับการยกเว้นภาษี |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 50 – 75 ล้านบาท | 0.03% | ล้านละ 300 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 75 – 100 ล้านบาท | 0.05% | ล้านละ 500 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า100 ล้านบาทขึ้นไป | 0.1% | ล้านละ 1,000 บาท |
2. บ้านหลังหลัก มีชื่อในทะเบียนบ้าน แต่ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน
| มูลค่าอสังหาฯ (ล้านบาท) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (%) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (ตามมูลค่าอสังหาฯ) |
| ที่ดินมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท | ได้รับการยกเว้นภาษี | ได้รับการยกเว้นภาษี |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 10 – 50 ล้านบาท | 0.02% | ล้านละ 200 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 50 – 75 ล้านบาท | 0.03% | ล้านละ 300 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 75 – 100 ล้านบาท | 0.05% | ล้านละ 500 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป | 0.1% | ล้านละ 1,000 บาท |
- บ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป หรือบ้านที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
| มูลค่าอสังหาฯ (ล้านบาท) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (%) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (ตามมูลค่าอสังหาฯ) |
| ที่ดินมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท | 0.3% | ล้านละ 3,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 50 – 200 ล้านบาท | 0.4% | ล้านละ 4,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 200 – 1,000 ล้านบาท | 0.5% | ล้านละ 5,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 1,000 – 5,000 ล้านบาท | 0.6% | ล้านละ 6,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป | 0.7% | ล้านละ 7,000 บาท |
ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม
เงื่อนไขสำหรับผู้เสียภาษีที่ดินใหม่ กรณีถือครองที่ดินเพื่อการพาณิชย์ หรือการนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากการทำเกษตร และปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย เช่น ร้านอาหาร สำนักงาน โรงงาน โรงแรม เป็นต้น โดยมีอัตราภาษีที่ดินที่ต้องจ่าย ดังนี้
| มูลค่าอสังหาฯ (ล้านบาท) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (%) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (ตามมูลค่าอสังหาฯ) |
| ที่ดินมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท | 0.3% | ล้านละ 3,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 50 – 200 ล้านบาท | 0.4% | ล้านละ 4,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 200 – 1,000 ล้านบาท | 0.5% | ล้านละ 5,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 1,000 – 5,000 ล้านบาท | 0.6% | ล้านละ 6,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป | 0.7% | ล้านละ 7,000 บาท |
ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างรกร้างว่างเปล่า
กรณีปล่อยที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างรกร้างว่างเปล่า จำเป็นต้องเสียภาษีที่ดินใหม่ ในอัตราภาษี ดังนี้
| มูลค่าอสังหาฯ (ล้านบาท) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (%) | อัตราภาษีที่เรียกเก็บ (ตามมูลค่าอสังหาฯ) |
| ที่ดินมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท | 0.3% | ล้านละ 3,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 50 – 200 ล้านบาท | 0.4% | ล้านละ 4,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 200 – 1,000 ล้านบาท | 0.5% | ล้านละ 5,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 1,000 – 5,000 ล้านบาท | 0.6% | ล้านละ 6,000 บาท |
| ที่ดินมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป | 0.7% | ล้านละ 7,000 บาท |
ทั้งนี้ ในกรณีทิ้งที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างรกร้าง หรือว่างเปล่าไว้ ไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน ปีที่ 4 จำเป็นจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก 0.3% และจะเรียกเก็บเพิ่มอีก 0.3% ทุกๆ 3 ปี แต่อัตราภาษีรวมไม่เกิน 3%
ซื้อบ้านใหม่ต้องเสียภาษีที่ดินไหม
การตัดสินใจซื้อบ้านใหม่นั้นถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านมือใหม่มักจะเกิดความสงสัยหรือกังวลใจตามมาคือเรื่องของ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ว่าเมื่อเรามีชื่อเป็นเจ้าของบ้านอย่างเป็นทางการแล้ว เราจะถูกเรียกเก็บภาษีในส่วนนี้ทันทีเลยหรือไม่ และมีเงื่อนไขอย่างไรที่ควรต้องทำความเข้าใจเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม
บ้านหลังแรกได้รับยกเว้นหรือไม่
สำหรับผู้ที่เพิ่งซื้อที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นหลักแหล่ง กฎหมายได้กำหนดสิทธิประโยชน์เพื่อบรรเทาภาระให้กับประชาชน โดยทั่วไปแล้ว หากเป็นบ้านหลังแรกที่คุณเป็นเจ้าของและใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง รัฐบาลจะมีนโยบายยกเว้นการจัดเก็บภาษีให้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนให้คนไทยสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายรายปีที่มากเกินไป อย่างไรก็ตาม สิทธินี้จะครอบคลุมเฉพาะตามเงื่อนไขเพดานราคาประเมินที่รัฐกำหนดไว้เท่านั้น
บ้านราคาเท่าไหร่ถึงเริ่มเสียภาษี
- เกณฑ์การเสียภาษีจะพิจารณาจากมูลค่าและประเภทการครอบครอง หากเป็นบ้านหลังแรกพร้อมที่ดิน จะเริ่มเสียภาษีเมื่อราคาประเมินสูงกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป แต่ถ้าคุณเป็นเจ้าของแค่ตัวบ้านอย่างเดียว (เช่าที่ดิน) จะเริ่มเก็บเมื่อมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท ส่วนผู้ที่มีบ้านหลังที่สองเป็นต้นไป จะถูกคิดภาษีตั้งแต่บาทแรก (ช่วงราคา 0-50 ล้านบาท) โดยใช้อัตราคงที่ 0.02% หรือคำนวณง่ายๆ คือเสียภาษี 200 บาทต่อมูลค่าทรัพย์สินทุกๆ 1 ล้านบาท
คอนโดเสียภาษีแบบเดียวกันไหม
การคิดภาษีสำหรับคอนโดมิเนียมหรือห้องชุดนั้น ใช้หลักการและเงื่อนไขเดียวกับบ้านแนวราบเช่นกัน หากคอนโดห้องนั้นเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรกของคุณและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะได้รับการยกเว้นภาษีหากราคาประเมินไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่ในกรณีที่คุณซื้อคอนโดเก็บไว้เป็นหลังที่สองหรือเพื่อปล่อยเช่า คุณจะต้องเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกในอัตรา 0.02% ล้านละ 200 บาทเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน
วิธีจ่ายภาษีที่ดินใหม่
หลังจากตรวจสอบเงื่อนไขและได้รับหนังสือแจ้งประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการชำระเงิน ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐได้พัฒนาระบบและเพิ่มช่องทางการรับชำระให้มีความหลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อลดความยุ่งยากและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยสามารถเลือกจ่ายผ่านช่องทางต่างๆ ได้ตามความถนัด ดังนี้
จ่ายผ่าน Mobile Banking
การชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์นับเป็นวิธีที่รวดเร็วและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่มากที่สุด คุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล เพียงแค่ใช้แอปพลิเคชันของธนาคารบนสมาร์ทโฟนสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Payment) ที่แนบมากับใบแจ้งหนี้ หรือทำรายการโอนเงินเข้าบัญชีของหน่วยงานท้องถิ่นโดยตรง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกทำรายการผ่านตู้เอทีเอ็มใกล้บ้าน หรือเดินเข้าไปชำระด้วยเงินสดที่เคาน์เตอร์ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน
จ่ายผ่านเทศบาล/อบต.
- สำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นใจและต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่โดยตรง การเดินทางไปชำระด้วยตนเองถือเป็นตัวเลือกที่ดี คุณสามารถนำใบแจ้งหนี้ไปติดต่อยังหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ที่บ้านหรือคอนโดของคุณตั้งอยู่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำนักงานเทศบาล สำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือศาลาว่าการเมืองพัทยา ขึ้นอยู่กับเขตการปกครองของทรัพย์สินนั้นๆ
ชำระผ่านไปรษณีย์
หากคุณไม่สะดวกเดินทางไปยังหน่วยงานท้องถิ่นด้วยตนเองและไม่ได้ใช้งานระบบธนาคารออนไลน์ การเลือกใช้บริการของไปรษณีย์ไทยก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ปลอดภัย โดยคุณสามารถไปติดต่อที่ทำการไปรษณีย์เพื่อทำการสั่งจ่ายเงินภาษีผ่านรูปแบบต่างๆ เช่น การส่งเป็นธนาณัติ การออกตั๋วแลกเงิน หรือการตีเช็คสั่งจ่าย สลักหลังระบุชื่อส่งตรงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาเดินทางข้ามจังหวัดได้มาก
การออกเอกสารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก่อนจะถึงขั้นตอนการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ อปท. จะมีขั้นตอนเตรียมการทั้งการลงพื้นที่สำรวจและประเมินมูลค่าทรัพย์สินตามความเป็นจริง ซึ่งในฐานะเจ้าของบ้าน เราควรทำความเข้าใจลำดับการออกเอกสารเหล่านี้ เพื่อสิทธิประโยชน์ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตนเอง โดยมีรายละเอียดดังนี้
- การส่งแบบบัญชีรายการทรัพย์สินให้ตรวจสอบ: ในลำดับแรกสุด เจ้าหน้าที่จะจัดส่งเอกสารที่แสดงรายละเอียดของทรัพย์สินมาให้ หากเป็นบ้านและที่ดินคือ ภ.ด.ส. 3 หรือถ้าเป็นคอนโดคือ ภ.ด.ส. 4 ผู้เสียภาษีมีหน้าที่ตรวจสอบขนาดพื้นที่และลักษณะการใช้ประโยชน์ หากพบว่าข้อมูลผิดเพี้ยนไปจากความจริง ต้องรีบติดต่อ อปท. เพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง
- การประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์: ขั้นตอนต่อมา ทางหน่วยงานท้องถิ่นจะทำการปิดประกาศเพื่อแสดงราคาประเมินทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ โดยจะใช้เอกสาร ภ.ด.ส. 1 สำหรับแจ้งราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วไป และ ภ.ด.ส. 2 สำหรับแจ้งราคาประเมินของห้องชุด
- การจัดส่งหนังสือแจ้งประเมินภาษี: ในขั้นตอนสุดท้าย อปท. จะส่งใบแจ้งหนี้หรือเอกสาร ภ.ด.ส. 6 มายังที่อยู่ของคุณ พร้อมแนบรายละเอียดการคำนวณภาษี (ภ.ด.ส. 7 หรือ ภ.ด.ส. 8) มาให้ด้วย เอกสารชุดนี้คือหลักฐานสำคัญที่คุณจะต้องนำไปใช้ยื่นชำระภาษีตามช่องทางต่างๆ ที่คุณสะดวกต่อไป
วิธีการลดหย่อนภาษีที่ดินใหม่
หลายคนเห็นเปอร์เซ็นของอัตราภาษีที่ดินใหม่แล้ว อาจทำให้รู้สึกกังวลว่า จะต้องเสียภาษีเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ยิ่งถ้าเป็นนักลงทุนสายซื้ออสังหาฯ หรือที่ดินที่ซื้อหลักทรัพย์เหล่านี้เก็บไว้เป็นจำนวนมากด้วยแล้ว อาจจะต้องศึกษาและหาวิธีการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมไว้ ซึ่งบทความนี้ได้หยิบยก 4 เทคนิคที่ช่วยทำให้ลดหย่อนภาษีที่ดินใหม่ได้ ดังต่อไปนี้
1. ทำที่ดินว่างเปล่าที่มีให้กลายเป็นที่ดินเกษตรกรรม
การมีที่ดินเปล่าที่ซื้อเก็บไว้โดยไม่ได้นำมาทำประโยชน์จะต้องเสียภาษีที่ดินใหม่ในจำนวนที่มากกว่าที่ดินที่นำมาทำเกษตรกรรม ดังนั้นการปล่อยที่ดินให้รกร้างจึงจะเป็นการเสียประโยชน์ในด้านการสร้างรายได้และการได้รับการลดหย่อนภาษี
ดังนั้น จึงควรพลิกผืนดินว่างเปล่านั้นด้วยการเริ่มต้นทำเป็นที่ดินการเกษตรกรรมแทนการปล่อยไว้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าที่ดินผืนนั้นเหมาะที่จะนำมาทำการเกษตรหรือไม่ ถ้าเป็นที่ดินอยู่ในเขตเมืองหรือเขตชุมชนอาจจะต้องหาวิธีการใช้ที่ดินเปล่าด้วยวิธีการอื่นๆ เพื่อสร้างประโยชน์ให้ได้มากยิ่งขึ้นและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ด้วย
2. แบ่งแปลงให้เล็กลง
เพราะภาษีที่ดินใหม่จะคิดภาษีเป็นแบบขั้นบันได ทำให้ยิ่งมีพื้นที่ดินเยอะก็ยิ่งเสียภาษีมาก ดังนั้นการแปลงที่ดินออกเป็นแปลงเล็กๆ ก็จะช่วยทำให้ราคาประเมินที่ดินถูกลง ส่งผลให้เสียภาษีน้อยลงด้วย
3. โอนบ้านหลังอื่นๆ ให้เป็นชื่อของลูกหลาน
วิธีนี้จะช่วยลดหย่อนภาษีได้เนื่องจากการโอนบ้านเป็นชื่อลูกหลานจะเป็นฐานภาษี ซึ่งเป็นส่วนที่จะได้รับการยกเว้น เนื่องจากลูกหลานจะได้รับสิทธิบ้านหลังแรก ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษี 50 ล้านบาทไปโดยปริยาย
4. การสร้างบ้าน
หากมีที่ดินแปลงใหญ่จะทำให้ต้องเสียภาษีในฐานภาษีที่สูง ดังนั้นการสร้างบ้านไว้บนที่ดินเพิ่มเติมก็จะทำให้เสียภาษีที่ดินใหม่น้อยลง เนื่องจากที่ดินนั้นกลายเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยในทันที
ภาษีที่ดินใหม่ต้องชำระเมื่อไหร่
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เรื่องภาษีที่ดินใหม่กันได้แล้ว ในปี 2567 กระทรวงมหาดไทยได้ขยายระยะเวลาในการจัดเก็บภาษีออกไปอีก 2 เดือน จึงสรุปกำหนดระยะเวลาคร่าวๆ เพื่อความเข้าใจง่ายได้ ดังนี้
- ภายในเดือนมกราคม 2567 องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นส่งจดหมายแจ้งรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จากเดิมเดือนพฤศจิกายน 2566
- ก่อนวันที่ 1 เมษายน 2567 องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศราคาประเมิน จากเดิมก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567
- ภายในเดือนเมษายน 2567 องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งการประเมินภาษีให้ผู้เสียภาษีรับทราบ จากเดิมภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567
- ภายในเดือนมิถุนายน 2567 ผู้เสียภาษีดำเนินการชำระภาษีตามแบบแจ้งประเมิน จากเดิมจะต้องชำระภายในเดือนเมษายน 2567
ทั้งนี้ หากอัตราภาษีที่ต้องเสียเกิน 3,000 บาท ผู้จ่ายภาษีสามารถขอผ่อนจ่ายได้ 3 งวด โดยจะเริ่มชำระงวดที่ 1 ในเดือนมิถุนายน งวดที่ 2 ชำระภายในเดือนกรกฎาคมและสิ้นสุดชำระงวดที่ 3 ภายในเดือนสิงหาคม ปี 2567
ในกรณีที่มีการค้างชำระภาษีที่ดิน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะออกหนังสือแจ้งเตือนผู้เสียภาษีที่มียอดค้างภายในเดือนกรกฎาคม 2567 จากเดิมภายในเดือนพฤษภาคม 2567
และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะแจ้งรายการภาษีค้างชำระให้แก่สำนักงานที่ดินภายในเดือนสิงหาคม 2567 จากเดิมภายในเดือนมิถุนายน 2567
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภาษีที่ดินใหม่
นอกเหนือจากเงื่อนไขและวิธีการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามที่ได้กล่าวไปแล้ว หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ ในการเสียภาษี เพื่อคลายความกังวลและช่วยให้เจ้าของบ้านมือใหม่เข้าใจกฎหมายฉบับนี้ไดh เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายมาไว้ให้แล้วดังนี้
หากไม่จ่ายภาษีที่ดินตามกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น
หากคุณละเลยไม่ไปชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนด จะต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย โดยเบี้ยปรับอาจถูกคิดตั้งแต่ 10% จนถึงสูงสุด 40% ของค่าภาษีที่ค้างชำระ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า และยังถูกคิดเงินเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของยอดภาษี นอกจากนี้ หากปล่อยค้างชำระเป็นเวลานาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจระงับการทำธุรกรรม ทำให้คุณไม่สามารถโอน ซื้อ หรือขายที่ดินและบ้านหลังนั้นได้เลย
ต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในเดือนไหน
ตามปกติแล้วกฎหมายได้กำหนดให้ผู้เสียภาษีต้องดำเนินการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนของทุกปี อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทยอาจมีการประกาศขยายระยะเวลาการจัดเก็บภาษีออกไปเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ดังนั้น จึงควรคอยติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเสียเบี้ยปรับจากการจ่ายล่าช้า
ถ้ามีชื่อเป็นเจ้าของแต่ชื่อไม่อยู่ในทะเบียนบ้าน จะเสียภาษีในอัตราเท่าไหร่
เงื่อนไขสำคัญของการได้รับการยกเว้นภาษีบ้านหลังแรกคือ “ต้องมีชื่อเป็นเจ้าของและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน” หากคุณมีกรรมสิทธิ์ในตัวบ้านแต่ไม่ได้ย้ายชื่อเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้น กฎหมายจะมองว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยหลัก และจะถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่บ้านหลังที่สองทันที ซึ่งทำให้คุณไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี และต้องเริ่มเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกในอัตรา 0.02% ต่อปี ของราคาประเมินทุนทรัพย์ตั้งแต่บาทแรก (มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท) หรือคิดเป็นล้านละ 200 บาท
สรุป
หลักการวางแผนภาษีที่ดินใหม่ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ถ้าหากรู้และเข้าใจวิธีการเสียภาษีที่ถูกต้อง รวมไปถึงขั้นตอนการลดหย่อนภาษีในรูปแบบต่างๆ ก็จะช่วยทำให้ผู้มีที่ดินในครอบครองเตรียมตัวนำที่ดินในครอบครองมาสร้างประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น
แต่การลงทุนพลิกพื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นพื้นที่ทำเงินได้นั้นต้องอาศัยการลงทุนและการขอสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ ดังนั้น นอกจากการศึกษาข้อกำหนดและวิธีการลดหย่อนภาษีแล้วก็อย่าลืมเตรียมตัวศึกษาหนทางการลงทุนบนที่ดินทำกินทั้งด้านการลงทุนและการจัดการเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน
หากคุณสนใจขอสินเชื่อบ้านจาก ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ >>> ได้ที่นี่
หรือติดต่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center : 0-2645-9000
ธอส. เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน
- สนใจขอสินเชื่อบ้านกับ ธอส. : https://bit.ly/49Fiw9O
แชทสอบถามปรึกษาสินเชื่อบ้าน : m.me/GHBANK