ดอกลอย คืออะไร? รู้จักดอกเบี้ยลอยตัวก่อนตัดสินใจเลือกสินเชื่อ

/
/
ดอกลอย คืออะไร? รู้จักดอกเบี้ยลอยตัวก่อนตัดสินใจเลือกสินเชื่อ

ดอกลอย คือ การคิดดอกเบี้ยหนี้นอกระบบรายวันที่สูงเกินความเป็นจริง การเปลี่ยนมาใช้สินเชื่อในระบบจะช่วยรักษาสภาพคล่อง และจัดการดอกเบี้ยสูงเกินความเป็นจริงได้

ปัญหาภาระทางการเงินและขาดสภาพคล่องกะทันหัน อาจทำให้หลายคนมองหาทางออกทางลัด จนอาจเผลอเข้าไปพัวพันกับภาระหนี้นอกระบบโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินที่คิดดอกเบี้ยในลักษณะพิเศษ การทำความเข้าใจว่าดอกลอย คืออะไร มีรูปแบบการคิดคำนวณอย่างไร รวมถึงผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาว จะช่วยให้เราวางแผนจัดการหนี้สิน และรักษาเสถียรภาพทางการเงินในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ดอกลอย คืออะไร

ดอกลอย คือ รูปแบบการเรียกเก็บดอกเบี้ยของหนี้นอกระบบที่มักพบในเงินกู้รายวัน โดยดอกลอยรายวันคือ การที่ผู้กู้ต้องจ่ายเงินค่าดอกเบี้ยให้แก่เจ้าหนี้ทุกวันตามจำนวนที่กำหนด แต่เงินจำนวนดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปตัดลดเงินต้นเลยแม้แต่น้อย ยอดหนี้คงค้างจึงเท่าเดิมตลอดเวลา การปล่อยดอกลอยคือธุรกรรมที่ไม่ระบุสัญญาชัดเจน ทำให้ผู้กู้ตกอยู่ในวงจรมืดและขาดความคุ้มครองทางกฎหมาย 

ตัวอย่างการคิดดอกลอย

หากต้องการรู้ว่าดอกลอยคิดยังไงเรามีตัวอย่างการคิดดอกลอยมาฝากกัน โดยกู้เงินนอกระบบมาจำนวน 20,000 บาท เจ้าหนี้อาจกำหนดให้จ่ายดอกลอยวันละ 400 บาท หรือคิดเป็น 2% ต่อวัน ซึ่งเมื่อครบหนึ่งเดือน เราจะต้องจ่ายเงินเฉพาะดอกเบี้ยสูงถึง 12,000 บาท แต่เงินต้น 20,000 บาท กลับไม่ลดลงเลยแม้แต่บาทเดียว ส่งผลกระทบให้รายได้ประจำวันลดหายไปกับการจ่ายดอกเบี้ย จนไม่มีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายและตกอยู่ในภาระหนี้สินที่ไม่สิ้นสุด

ความเสี่ยงของการกู้เงินนอกระบบที่มีดอกลอย

ความเสี่ยงของการกู้เงินนอกระบบ 

การตัดสินใจกู้เงินนอกระบบที่มีการคิดดอกเบี้ยแบบดอกลอย นำมาซึ่งความเสี่ยงรอบด้านที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การตระหนักถึงอันตรายเหล่านี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงและเตรียมพร้อมหาทางออกทางการเงินในระบบที่ถูกต้องและปลอดภัยกว่า โดยมีข้อควรรู้สำคัญดังนี้

ดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

อัตราดอกเบี้ยของหนี้นอกระบบแบบดอกลอยจะถูกตั้งขึ้นตามความพอใจของเจ้าหนี้ ซึ่งสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้หลายเท่าตัว การจ่ายดอกเบี้ยที่แพงเกินจริงในทุก ๆ วัน ทำให้ผู้กู้ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ไปโดยไม่ได้ลดทอนภาระหนี้สินที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย กลายเป็นภาระหนักอึ้งที่คอยบั่นทอนรายได้รายวันของครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

สัญญาไม่ชัดเจนหรือไม่ได้รับความคุ้มครอง

การกู้ยืมหนี้นอกระบบมักไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน หรือบางครั้งไม่มีการทำสัญญาใด ๆ เลย ผู้กู้จึงขาดหลักฐานทางกฎหมายในการปกป้องสิทธิของตนเอง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตามใจเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย หรือการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแอบแฝงต่าง ๆ โดยที่ไม่สามารถเรียกร้องความยุติธรรมตามกระบวนการทางกฎหมายได้

เสี่ยงถูกทวงหนี้หรือคุกคาม

หากเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่สามารถจ่ายเงินดอกลอยรายวันได้ ผู้กู้มักจะต้องเผชิญกับการทวงถามหนี้ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่การข่มขู่ การใช้วาจารุนแรง ไปจนถึงการคุกคามความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินถึงที่พักอาศัย สร้างความสะเทือนใจและความหวาดกลัวให้แก่ทั้งตนเองและคนในครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กระทบต่อสภาพคล่องและการวางแผนการเงินในระยะยาว

การที่ต้องเจียดรายได้ประจำวันมาจ่ายดอกลอย ทำให้สภาพคล่องทางการเงินหยุดชะงัก ไม่มีเงินเหลือเก็บออมสำหรับการวางแผนอนาคต เช่น การศึกษาวิธีซื้อที่ดินเปล่าเพื่อสะสมสินทรัพย์ หรือการเรียนรู้วิธีดูโฉนดที่ดินเพื่อเตรียมพร้อมมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเอง การติดกับดักแก้หนี้นอกระบบจึงปิดกั้นโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวอย่างสิ้นเชิง

ดอกลอยมีผลต่อค่างวดอย่างไร

เมื่อนำระบบดอกลอยมาเปรียบเทียบกับการผ่อนชำระค่างวดสินเชื่อในระบบ จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน สินเชื่อในระบบจะนำค่างวดที่จ่ายไปแบ่งตัดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างเป็นธรรม ทำให้เงินต้นลดลงทุกเดือน แต่สำหรับดอกลอยเงินที่จ่ายไปจะไม่กระทบเงินต้นเลยแม้แต่น้อย ส่งผลให้ค่างวดไม่มีวันสิ้นสุด และเราไม่สามารถตั้งเป้าหมายวันหมดหนี้ได้

วิธีรับมือเมื่อดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น

ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จนอาจส่งผลกระทบต่อค่างวดผ่อนชำระสินเชื่อบ้านหรือภาระหนี้ที่มีอยู่ การเตรียมพร้อมรับมืออย่างมีสติและการวางแผนทางการเงินที่รอบคอบ จะช่วยให้สภาพคล่องทางการเงินของเราได้ 

วางแผนงบประมาณและสำรองเงินผ่อนบ้าน

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างละเอียดจะช่วยให้เห็นภาพรวมทางการเงินที่ชัดเจน ควบคู่กับการวางแผนสำรองเงินผ่อนบ้านและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการมีที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษารายละเอียดคำนวณค่าโอนที่ดินหรือการใช้สิทธิประโยชน์เพื่อลดค่าธรรมเนียมที่ดิน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และทำให้เราจัดสรรเงินสำรองฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพิ่มการชำระเงินต้นเพื่อลดภาระดอกเบี้ย

หากเรามีสภาพคล่องทางการเงินเหลือ หรือได้รับเงินก้อนพิเศษ การเลือกจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้นจากยอดปกติตามสัญญา จะช่วยให้นำเงินส่วนเกินไปตัดลดเงินต้นคงเหลือได้โดยตรง เมื่อเงินต้นลดลงอย่างรวดเร็ว ดอกเบี้ยที่คำนวณในงวดถัดไปก็จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้เราสามารถประหยัดภาระดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาและผ่อนบ้านหมดได้เร็วยิ่งขึ้น

รีไฟแนนซ์หรือปรับโครงสร้างหนี้เมื่อจำเป็น

เมื่อเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจนเริ่มกระทบต่อสภาพคล่อง การติดต่อสถาบันการเงินเดิมเพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือการทำเรื่องรีไฟแนนซ์ไปยังสถาบันการเงินใหม่ที่เสนอเงื่อนไขที่ดีกว่า เป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดค่างวดรายเดือนลง รวมทั้งในกรณีการจัดการสินทรัพย์ อาจต้องพิจารณาเรื่องภาษีขายที่ดินเพื่อวางแผนโอนย้ายหรือปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ให้คุ้มค่าที่สุด

เลือกสินเชื่อบ้านกับ G H BANK อย่างไรให้เหมาะกับรายได้

การเริ่มต้นมีบ้านอย่างปลอดภัยทำได้โดยเลือกใช้บริการสินเชื่อจาก G H BANK ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านที่หลากหลาย ออกแบบให้สอดคล้องกับฐานรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระของทุกคน พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและมีโครงสร้างค่างวดที่ชัดเจน 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอกลอย

ทำความเข้าใจข้อสงสัยที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรื่องดอกลอยและระบบดอกเบี้ยสินเชื่อ เพื่อให้เราสามารถจำแนกความแตกต่าง วางแผนจัดการหนี้สินได้อย่างถูกต้อง และเลือกใช้บริการสินเชื่อที่ปลอดภัยต่อสภาพคล่องทางการเงิน

ดอกลอยกับดอกเบี้ยลอยตัวเหมือนกันหรือไม่?

ทั้งสองคำนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยดอกลอยเป็นคำเรียกการคิดดอกเบี้ยหนี้นอกระบบที่จ่ายเท่าไรก็ไม่ตัดเงินต้น ขณะที่ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อในระบบธนาคาร ที่ปรับเปลี่ยนไปตามประกาศของสถาบันการเงิน เช่น MRR หรือ MLR ซึ่งทุกการจ่ายค่างวดจะมีการนำไปตัดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หากกำลังเป็นหนี้ดอกลอยควรทำอย่างไร?

หากกำลังประสบปัญหาหนี้ดอกลอย อันดับแรกคือควรหยุดสร้างหนี้เพิ่ม และรีบติดต่อขอรับคำปรึกษาจากหน่วยงานภาครัฐ หรือสถาบันการเงินเพื่อรวมหนี้เข้าสู่ระบบ ผ่านโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบต่าง ๆ การเปลี่ยนหนี้นอกระบบมาเป็นสินเชื่อในระบบที่มีตารางการผ่อนชำระชัดเจน จะช่วยให้เราสามารถทยอยตัดเงินต้นและหลุดพ้นจากวงจรมืดได้อย่างเป็นรูปธรรม

ก่อนกู้สินเชื่อบ้านควรเลือกดอกเบี้ยคงที่หรือดอกเบี้ยลอยตัว?

การเลือกประเภทดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับสภาวะทิศทางดอกเบี้ยและความเสี่ยงที่รับได้ ดอกเบี้ยคงที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแน่นอนในการวางแผนค่างวด ส่วนดอกเบี้ยลอยตัวเหมาะสำหรับช่วงที่ทิศทางดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ธนาคารส่วนใหญ่จะผสมผสานทั้งสองรูปแบบ เช่น ดอกเบี้ยคงที่ในปีสอง-หกปีแรก แล้วจึงปรับเป็นดอกเบี้ยลอยตัว เพื่อให้เหมาะกับกำลังซื้อของผู้กู้

สรุป

การทำความเข้าใจเรื่องดอกลอยและความเสี่ยงของหนี้นอกระบบ จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินและรักษาสภาพคล่องทางการเงินได้ หากต้องการวางแผนทางการเงินหรือมองหาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่โปร่งใสและเป็นธรรม G H BANK ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดให้คำปรึกษา เพื่อให้ทุกคนเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างมั่นใจ 

หากคุณสนใจขอสินเชื่อบ้านจาก ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ >>> ได้ที่นี่

หรือติดต่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK  Call Center :  0-2645-9000  

ธอส. เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน 

  • สนใจขอสินเชื่อบ้านกับ ธอส. : https://bit.ly/49Fiw9O
  • แชทสอบถามปรึกษาสินเชื่อบ้าน : m.me/GHBANK

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
-

บริการของเรา

สนใจผลิตภัณฑ์ธนาคาร

บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่คุณ
อาจสนใจ

การซื้อบ้านต่อจากญาติทำได้จริง โดยธนาคารพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ เตรียมเอกสาร ยื่นขอสินเชื่อ ธอส. และโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องมั่นใจ
จ่ายค่างวดบ้าน ธอส. สะดวกผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส โลตัส และ ธ.ก.ส. การจ่ายตรงเวลาและโปะเงินต้นช่วยลดดอกเบี้ย และช่วยให้เป็นเจ้าของบ้านได้ไวขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก GH BANK

อัปเดตทุก
เรื่องบ้าน

อัพเดตเรื่องบ้านก่อนใคร รู้ก่อนได้เปรียบ

ติดตามข่าวสารจาก GH BANK

อัปเดตทุก
เรื่องบ้าน

อัพเดตเรื่องบ้านก่อนใคร รู้ก่อนได้เปรียบ

ติดตามข่าวสารจาก GH BANK

อัปเดตทุก เรื่องบ้าน

อัพเดตเรื่องบ้านก่อนใคร รู้ก่อนได้เปรียบ

ค้นหาตาม Keyword เช่น การเงิน, การลงทุน, สินเชื่อ, บ้าน