ประเภทสินเชื่อมีอะไรบ้าง? เลือกแบบไหนให้ตรงกับเป้าหมายทางการเงิน

/
/
ประเภทสินเชื่อมีอะไรบ้าง? เลือกแบบไหนให้ตรงกับเป้าหมายทางการเงิน

ประเภทสินเชื่อมีทั้งแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่วนบุคคล รถยนต์ และธุรกิจ ควรเลือกให้ตรงเป้าหมายและประเมินรายได้ก่อนกู้

เวลาที่เป้าหมายหรือแก้ปัญหาติดขัด สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือการขอสนับสนุนวงเงินจากธนาคาร แต่ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีให้เลือกหลากหลายในปัจจุบัน อาจทำให้เกิดความสับสนว่าประเภทสินเชื่อมีความแตกต่างกันอย่างไร และควรตัดสินใจเลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์ความจำเป็นมากที่สุด บทความนี้ จะพาเราไปทำความรู้จักกับรูปแบบการกู้ยืมแต่ละแบบ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมทั้งหมดและสามารถนำไปปรับใช้ในการตัดสินใจให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

สินเชื่อ คืออะไร

สินเชื่อ คือ การที่สถาบันการเงินอนุมัติเงินก้อนหรือวงเงินสำรองให้เรานำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่ตกลงกันไว้ โดยเรามีหน้าที่ต้องชำระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งสถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติจากความน่าเชื่อถือและรายได้ประจำของเราเป็นหลัก ทั้งนี้ประเภทของสินเชื่อจะถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป ทำให้มีเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เหมือนกัน

ประเภทสินเชื่อที่พบได้บ่อยในประเทศไทย

หากตั้งคำถามว่าประเภทสินเชื่อมีอะไรบ้างที่คนไทยนิยมใช้บริการมากที่สุด เราสามารถแบ่งออกได้หลายกลุ่มตามจุดประสงค์ของการกู้ยืม ซึ่งสินเชื่อประเภทต่าง ๆ เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการในแต่ละช่วงจังหวะชีวิตของเรา ลองมาดูกันว่ารูปแบบไหนที่ตรงกับสิ่งที่เรากำลังมองหา

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

หนึ่งในความฝันสูงสุดของเราหลายคนคือการมีบ้านเป็นของตัวเอง สินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ฝันนี้เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการกู้ซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่การซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง สินเชื่อแบบนี้มักมีระยะเวลาผ่อนชำระยาวนานสูงสุดถึง 40 ปี และมีอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสินเชื่อแบบอื่น นอกจากใช้เพื่ออยู่อาศัยเองแล้ว ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการลงทุนอสังหาทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้อีกด้วย

สินเชื่อส่วนบุคคล

สินเชื่อส่วนบุคคลคือเงินก้อนอเนกประสงค์ที่สถาบันการเงินโอนเข้าบัญชีให้เรานำไปใช้จ่ายตามอัธยาศัย โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่ต้องการเงินหมุนเวียนฉุกเฉิน ค่ารักษาพยาบาล หรือการรวมหนี้บัตรเครดิตมาไว้ที่เดียวเพื่อลดภาระดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีหลักประกันสถาบันการเงินจึงมักคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าแบบมีหลักประกัน และมีระยะเวลาผ่อนชำระที่สั้นกว่า ประมาณ 1-5 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแห่ง

บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด

วงเงินพร้อมใช้ที่เราคุ้นเคยกันดีคือบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด บัตรเครดิตเหมาะกับการรูดซื้อสินค้า บริการ หรือจองตั๋วเครื่องบิน โดยมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยหากชำระเต็มจำนวนตามกำหนด ส่วนบัตรกดเงินสดเน้นการเบิกถอนเงินสดออกมาใช้ยามฉุกเฉิน โดยจะคิดดอกเบี้ยทันทีนับตั้งแต่วันที่กดเงินออกมา ทั้งสองแบบเป็นสินเชื่อที่เน้นความสะดวกสบาย แต่เราต้องมีวินัยในการชำระคืนเพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระหนี้สินพอกพูนในอนาคต

สินเชื่อรถยนต์

สำหรับคนที่ต้องการยานพาหนะคู่ใจ สินเชื่อรถยนต์ตอบโจทย์ทั้งการออกรถป้ายแดงและรถยนต์มือสอง โดยตัวรถจะถูกใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตลอดอายุสัญญา จนกว่าเราจะผ่อนชำระครบถ้วนตามกำหนด นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อรถแลกเงินหรือที่มักเรียกกันว่าจำนำทะเบียนรถ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีรถยนต์ปลอดภาระและต้องการเงินก้อนไปหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน โดยยังสามารถนำรถไปใช้งานได้ตามปกติ

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

การดำเนินธุรกิจย่อมต้องการเงินทุนหมุนเวียนและงบประมาณสำหรับการขยายกิจการ สินเชื่อเพื่อธุรกิจถูกออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี เงินกู้ระยะยาวสำหรับซื้อเครื่องจักร หรือสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ SME สถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติจากแผนธุรกิจ งบการเงิน และกระแสเงินสดของกิจการเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจของเรามีศักยภาพในการเติบโตและชำระหนี้คืนได้ตามกำหนด

สินเชื่อเพื่อการศึกษา

การลงทุนกับความรู้คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด สินเชื่อเพื่อการศึกษาจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ หรือต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของบุตรหลาน สินเชื่อแบบนี้มักมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษหรือมีระยะเวลาปลอดเงินต้นในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ เพื่อให้เราหรือคนในครอบครัวสามารถมุ่งเน้นไปที่การเรียนได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก

สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมหรือต่อเติมที่อยู่อาศัย

เมื่อเวลาผ่านไปบ้านย่อมมีความทรุดโทรมหรือต้องการการปรับปรุงขยายพื้นที่เพื่อรองรับสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้น สินเชื่อเพื่อการซ่อมแซมและต่อเติมที่อยู่อาศัยจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยมักใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน ทำให้ได้วงเงินที่สมเหตุสมผลและดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป ช่วยให้เราสามารถเนรมิตบ้านเก่าให้กลับมาน่าอยู่ หรือต่อเติมพื้นที่ใช้สอยให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ได้อย่างราบรื่น

วิธีเลือกสินเชื่อให้เหมาะกับความต้องการและความสามารถในการผ่อน

วิธีเลือกสินเชื่อ

เมื่อเราทำความเข้าใจแล้วว่าสินเชื่อแต่ละแบบมีความโดดเด่นอย่างไร ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันคือการตัดสินใจเลือกให้ถูกต้องและปลอดภัยต่อสภาพคล่องทางการเงินของเรา ลองนำหลักการพิจารณาเหล่านี้ไปปรับใช้

เลือกตามเป้าหมายการใช้เงิน

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราต้องการเงินไปทำอะไร หากต้องการซื้อบ้านก็ต้องมองหาสินเชื่อบ้าน หรือถ้าต้องการเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจก็ควรใช้สินเชื่อธุรกิจ การเลือกประเภทสินเชื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์จะช่วยให้เราได้รับอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุด การนำวงเงินไปใช้งานผิดประเภทอาจทำให้เราต้องแบกรับต้นทุนทางการเงินที่สูงเกินความจำเป็น

ประเมินรายได้ ภาระหนี้ และค่างวดต่อเดือน

ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญากู้ยืมเราควรสำรวจสุขภาพทางการเงินของตัวเองให้ละเอียด การวางแผนการเงินที่ดีต้องคำนึงถึงรายได้ประจำที่แน่นอนและหักล้างกับภาระหนี้เดิมที่มีอยู่ โดยทั่วไปสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40-50% เพื่อให้เรายังคงมีเงินเหลือเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเงินออมสำรองฉุกเฉิน การประเมินกำลังส่งค่างวดอย่างรอบคอบจะช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้

เปรียบเทียบดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขก่อนสมัคร

อัตราดอกเบี้ยคือต้นทุนหลักของการกู้เงิน เราควรเปรียบเทียบแคมเปญจากหลาย ๆ สถาบันการเงิน ทั้งดอกเบี้ยแบบคงที่และแบบลอยตัว รวมถึงโปรโมชันในช่วงปีแรก ๆ นอกจากนี้ อย่าลืมพิจารณาค่าธรรมเนียมแอบแฝงอื่น ๆ เช่น ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์หรือค่าปรับกรณีชำระปิดยอดก่อนกำหนด การอ่านเงื่อนไขสัญญาอย่างละเอียดจะช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าได้จำนวนมาก

เลือกวงเงินและระยะเวลาผ่อนที่เหมาะกับกำลังชำระ

การขอวงเงินกู้ที่สูงเกินความจำเป็นย่อมตามมาด้วยภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น เราควรขอกู้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น โดยการเลือกผ่อนยาวจะช่วยให้ค่างวดต่อเดือนน้อยลงและลดความตึงเครียดทางการเงิน แต่ต้องแลกมากับดอกเบี้ยรวมที่สูงขึ้น หากเรามีกำลังทรัพย์เพียงพอการโปะเงินต้นเพิ่มเติมในแต่ละเดือน จะช่วยให้หนี้หมดไวและประหยัดดอกเบี้ยได้มากที่สุด

สินเชื่อบ้าน ธอส. ทางเลือกสำหรับคนอยากมีบ้าน

สำหรับใครที่กำลังมองหาเส้นทางสู่การมีบ้านเป็นของตนเอง G H BANK หรือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ถือเป็นสถาบันการเงินของรัฐที่มุ่งมั่นทำให้คนไทยมีบ้าน ด้วยจุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ อาชีพอิสระ หรือเจ้าของธุรกิจ ธอส. มีอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ระยะเวลาผ่อนชำระยาวนาน และเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น ช่วยให้การเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทสินเชื่อ

เพื่อคลายข้อสงสัยและช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมคำถามที่มักพบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมาฝากกัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราบริหารหนี้สินได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สินเชื่อแบบมีหลักประกันกับไม่มีหลักประกัน ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่การใช้ทรัพย์สินมาค้ำประกันวงเงินกู้ เช่น สินเชื่อบ้านหรือรถยนต์ ซึ่งหากเราผิดนัดชำระธนาคารมีสิทธิ์ดำเนินการกับทรัพย์สินเหล่านั้นได้ ซึ่งมักได้วงเงินสูงและดอกเบี้ยต่ำ ส่วนแบบไม่มีหลักประกัน เช่น บัตรเครดิต จะอาศัยเพียงความน่าเชื่อถือและรายได้ของเราในการอนุมัติ ทำให้มีความเสี่ยงสูงกว่าสำหรับธนาคาร อัตราดอกเบี้ยจึงสูงกว่าตามไปด้วย

หากต้องการซื้อบ้าน ควรเลือกสินเชื่อประเภทไหน?

หากเป้าหมายคือการซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม เราควรพิจารณาเลือกใช้ ประเภทสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยตรง เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ มีจุดเด่นคือให้ผ่อนชำระได้ยาวนานสูงสุดถึง 30-40 ปี ทำให้ค่างวดต่อเดือนไม่สูงจนเกินไป อีกทั้งยังคิดอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าการกู้เงินรูปแบบอื่นอย่างเห็นได้ชัด

ขอสินเชื่อหลายประเภทพร้อมกันได้หรือไม่

เราสามารถยื่นขอวงเงินหลายรายการพร้อมกัน โดยสถาบันการเงินจะตรวจสอบประวัติจากบริษัทข้อมูลเครดิตเพื่อดูภาระหนี้สินรวมของเรา หากพบว่ามีภาระหนี้ต่อรายได้เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โอกาสในการถูกปฏิเสธก็จะมีสูงมากขึ้น ทางที่ดีเราควรจัดลำดับความสำคัญและยื่นขอเฉพาะวงเงินที่จำเป็นที่สุดก่อน

สรุป

การทำความเข้าใจว่าประเภทสินเชื่อมีความแตกต่างกันอย่างไร จะช่วยให้เราสามารถวางแผนและเลือกตัวช่วยทางการเงินได้ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและไม่สร้างภาระหนักจนเกินไป หากเป้าหมายหลักของเราคือการมีบ้านที่อบอุ่น อย่าลืมให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นเพื่อนคู่คิดที่พร้อมให้คำปรึกษาและมอบข้อเสนอสินเชื่อบ้านที่ดีที่สุด เพื่อสานฝันเรื่องบ้านของเราให้กลายเป็นความจริง

หากคุณสนใจขอสินเชื่อบ้านจาก ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ >>> ได้ที่นี่

หรือติดต่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center : 0-2645-9000

ธอส. เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน 

  • สนใจขอสินเชื่อบ้านกับ ธอส. : https://bit.ly/49Fiw9O
  • แชทสอบถามปรึกษาสินเชื่อบ้าน : m.me/GHBANK

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
-

บริการของเรา

สนใจผลิตภัณฑ์ธนาคาร

บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่คุณ
อาจสนใจ

การซื้อบ้านต่อจากญาติทำได้จริง โดยธนาคารพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ เตรียมเอกสาร ยื่นขอสินเชื่อ ธอส. และโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องมั่นใจ
จ่ายค่างวดบ้าน ธอส. สะดวกผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส โลตัส และ ธ.ก.ส. การจ่ายตรงเวลาและโปะเงินต้นช่วยลดดอกเบี้ย และช่วยให้เป็นเจ้าของบ้านได้ไวขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก GH BANK

อัปเดตทุก
เรื่องบ้าน

อัพเดตเรื่องบ้านก่อนใคร รู้ก่อนได้เปรียบ

ติดตามข่าวสารจาก GH BANK

อัปเดตทุก
เรื่องบ้าน

อัพเดตเรื่องบ้านก่อนใคร รู้ก่อนได้เปรียบ

ติดตามข่าวสารจาก GH BANK

อัปเดตทุก เรื่องบ้าน

อัพเดตเรื่องบ้านก่อนใคร รู้ก่อนได้เปรียบ

ค้นหาตาม Keyword เช่น การเงิน, การลงทุน, สินเชื่อ, บ้าน