สินเชื่อบ้าน

5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนขอสินเชื่อบ้าน [รู้ครบใน 3 นาที]

“There’s No Place Like Home.” เพราะไม่มีที่ใดสุขใจเท่าบ้านเรา “บ้าน” จึงเป็นความฝันของคนหลายคน แต่หลังจากเลือกบ้านที่ถูกใจ สไตล์ที่ชอบ และทำเลที่ต้องการได้แล้ว เรื่องชวนปวดหัวตามมาเห็นจะหนีไม่พ้นการขอสินเชื่อบ้าน นั่นหมายถึงการกู้ยืมเงินก้อนใหญ่จากธนาคาร ซึ่งอาจจะเป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตด้วย และด่านนี้เองที่ทำให้หลายคนกุมขมับพร้อมกับคำถามร้อยแปด “ต้องเริ่มต้นอย่างไร?” “เลือกสินเชื่อบ้านอย่างไร?” “เตรียมตัวอย่างไรบ้าง?” และอีกมากมาย

แน่นอนว่าการวางแผนซื้อบ้านเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ แต่ถ้าเรามีความรู้ เตรียมตัวก่อนอย่างดี การอนุมัติสินเชื่อก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป และการผ่อนชำระที่แสนยาวนานนั้นอาจจะไม่ได้เป็นภาระอย่างคิด

มาดูกันว่า 5 เรื่องที่เราต้องรู้ก่อนขอสินเชื่อบ้านมีอะไรบ้าง

1.รู้เรื่องสินเชื่อบ้านเบื้องต้น

สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ซื้อบ้าน เมื่อถึงเวลาศึกษาข้อมูลเพื่อขอสินเชื่อ หากคุณไม่มีความรู้พื้นฐานด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อมาก่อนอาจรู้สึกว่าการขอสินเชื่อเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก

สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ สินเชื่อบ้าน หมายถึง เงินกู้ที่ทางสถาบันการเงินปล่อยให้สำหรับการซื้อ/สร้างที่อยู่อาศัย โดยจำนวนเงินที่ผู้ขอกู้จะได้ตามที่ธนาคารประเมินให้จะเรียกว่า “วงเงิน” และเมื่อถึงคราวที่ต้องชำระเงินคืน ก็จะมี “เงินต้น” หรือจำนวนเงินจริงๆ ที่ผู้กู้ยืมไป กับ “ดอกเบี้ย” หรือเงินส่วนที่ธนาคารคิดเพิ่มเติมที่ผู้กู้ต้องชำระเป็น “งวดๆ” ซึ่งโดยมากรอบงวด คือ ทุกๆ 1 เดือน ตลอด “ระยะเวลากู้” ซึ่งยาวนานตั้งแต่ 10 – 30 ปี หรือสูงสุดถึง 40 ปี

นอกจากนี้ ยังมีศัพท์เกี่ยวกับการกู้สินเชื่อบ้านอีกหลายคำที่มือใหม่ควรทำความเข้าใจก่อนเพื่อให้คุณสามารถดำเนินการขอสินเชื่อไปได้อย่างราบเข้าใจและราบรื่น

2.รู้สุขภาพการเงิน

สถานะการเงินมีผลต่อการขอสินเชื่ออย่างมาก รายได้และภาระหนี้สามารถใช้ประเมินได้ว่าคุณจะได้วงเงินสินเชื่อเท่าไหร่ ต้องผ่อนชำระต่อเดือนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งโดยทั่วไปเงินที่ใช้ผ่อนชำระรายเดือนไม่ควรเกิน 30 – 40% ของรายได้ (ขึ้นอยู่กับอาชีพและความมั่นคงของรายได้)

การตรวจสอบความพร้อมฐานะทางการเงินสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ได้ดังนี้ ประเมินรายได้ ตรวจสอบค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน สินเชื่อที่กำลังผ่อนชำระ รวมถึงหนี้คงค้างบัตรเครดิต โดยสามารถยื่นขอตรวจสอบข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลเครดิตบูโร (Credit Bureau) เพื่อแสดงหนี้สินปัจจุบัน และประวัติการผิดชำระเพื่อให้เห็นภาพรวมเครดิตได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถคำนวณสินเชื่อเพื่อประมาณการยอดผ่อนต่อเดือนสำหรับวางแผนก่อนได้

นอกจาก ‘ตรวจสุขภาพการเงิน’ แล้ว การออมเงินก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการซื้อบ้านนั้นมีค่าใช้จ่ายอื่นๆตามมาอีกมากมาย เช่น ค่าตกแต่งบ้าน ค่าส่วนกลาง ค่าประกัน การที่มีเงินดาวน์นอกจากจะสามารถเพิ่มโอกาสการอนุมัติสินเชื่อแล้ว ยังช่วยลดภาระต่อตัวเองได้อีกด้วย

3.รู้เรื่องดอกเบี้ย

ดอกเบี้ย คือ เงินที่ผู้กู้จะต้องชำระให้กับผู้ให้กู้เพิ่มเติมจากเงินต้นที่กู้มา สำหรับสินเชื่อบ้าน ถือเป็นสินเชื่อที่คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด และมีวิธีคำนวณดอกเบี้ยที่ต่างจากสินเชื่อประเภทอื่น เพื่อให้ผู้กู้ยืมสามารถผ่อนชำระหนี้ซึ่งอาจเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดก้อนนี้ได้

วิธีคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อซื้อบ้านนั้นโดยทั่วไปธนาคารจะใช้วิธีการคำนวณแบบ “ลดต้นลดดอก” (Effective Rate) หมายถึง การคิดดอกเบี้ยตามจำนวนเงินต้นที่เหลืออยู่ เท่ากับว่า เมื่อชำระเงินกู้ไปเรื่อยๆ ยอดเงินต้นก็จะลดลง ส่งผลให้สัดส่วนดอกเบี้ยที่จ่ายลดลงในแต่ละงวด ดังนั้น หากคุณชำระเงินเกินงวดเพื่อตัดเงินต้นเป็นประจำ ก็จะช่วยให้คุณปลดหนี้ได้ไวขึ้น

ทั้งนี้ วิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารก็จะมีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน ได้แก่

  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่มีการกำหนดตัวเลขแน่นอน มักจะกำหนดในช่วง 1-3 ปีแรกในการผ่อน ทำให้ทราบจำนวนที่ต้องจ่ายอย่างแน่นอน สามารถวางแผนการเงินล่วงหน้า และควบคุมค่าใช้จ่ายได้
  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงตามข้อกำหนดแต่ละธนาคาร ปรับขึ้นลงตามสถานการณ์ตลาดการเงิน ไม่สามารถกำหนดได้ และอาจจะแตกต่างกันขึ้นกับความเสี่ยงของผู้กู้ สำหรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมักจะใช้อัตราดอกเบี้ย MRR และ MLR เป็นหลัก

เมื่อจะกู้สินเชื่อบ้านจึงควรพิจารณาเลือกวิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับความสามารถในการบริหารเงินของ

รูปภายในบทความ สินเชื่อบ้าน

4.รู้จักผลิตภัณฑ์สินเชื่อ

เนื่องจากสถาบันการเงินมีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่หลากหลายประเภทเพื่อตอบโจทย์ทุกเรื่องบ้าน โดยสินเชื่อบ้านโดยทั่วๆ ไป เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อสร้างที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อต่อเติม/ซ่อมแซมบ้าน หรือสินเชื่อเพื่อตกแต่งหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

นอกจากนี้ สำหรับแต่ละสถาบันการเงิน ก็มีโครงการสินเชื่อบ้านที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับโจทย์ของผู้กู้ หรือแผนการชำระเงินของผู้กู้ เพราะโครงการสินเชื่อแต่ละโครงการจะมีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างกัน เช่น เงื่อนไข โปรโมชั่น วิธีคิดอัตราดอกเบี้ย การลดหย่อนค่าธรรมเนียมบางประการ เป็นต้น ซึ่งคุณสามารถนำแต่ละโครงการมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้

5.รู้จักวิธีบริหารหนี้สินและการผ่อนชำระ

การรู้จักบริหารหนี้สินถือเป็นวินัยข้อสำคัญ เพราะการชำระเงินกู้ให้ตรงเวลาไม่ได้เพียงแสดงถึงความรับผิดชอบของผู้กู้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการตัดปัญหาเรื่องประวัติติดค้างการชำระหนี้ในเครดิตบูโร ซึ่งสามารถส่งผลต่อความยากง่ายหรือโอกาสอนุมัติเงินกู้ นอกจากนี้ อย่างไรการชำระหนี้ตรงเวลาก็เป็นผลดีต่อผู้กู้เองอยู่แล้วที่จะทำให้ปลดหนี้สินลงได้ตามระยะเวลาผ่อนชำระ

สำหรับเทคนิคที่จะช่วยให้คุณสามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดนั้น คุณอาจจัดทำแผนรายจ่ายประจำเดือนว่าในแต่ละเดือนมีรายจ่ายจำเป็นอะไรบ้าง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต และแน่นอนว่าค่าผ่อนชำระหนี้รายเดือน ซึ่งคุณสามารถเลือกช่องทางชำระหนี้ได้หลายช่องทางตามสะดวก หรือจะเลือกวิธีที่สะดวกและได้ผลมากที่สุด คือ ตั้งระบบตัดบัญชีเพื่อจ่ายค่างวดในแต่ละเดือนแบบอัติโนมัติก็ได้

สรุป

ปัญหาเรื่องสินเชื่อบ้านที่เคยคิดว่ายุ่งยากซับซ้อน เพียงค่อยๆ ทำความเข้าใจจากเรื่องพื้นฐานก่อนว่าอะไรคืออะไร เตรียมตัวด้านการเงินอย่างไร รู้จักเรื่องดอกเบี้ยและประเภทสินเชื่อ ตลอดจนการวิธีผ่อนชำระ คุณก็พร้อมที่จะเรียนรู้ขั้นตอนต่อไปสำหรับการขอกู้สินเชื่อได้ไม่ยาก ทั้งนี้ หากคุณยังมีข้อสงสัย ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นขอสินเชื่ออย่างไร ก็สามารถสอบถามกับทางธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านโดยตรงได้ เพื่อให้ “อยากมีบ้านของตัวเอง” ไม่ใช่แค่ “อยาก” อีกต่อไป

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้าน

PostFooter เช็คความพร้อมก่อนกู้อสังหาริมทรัพย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

เติมเต็มความฝันเพื่อคนอยากมีบ้าน เลือกสินเชื่อบ้าน ธอส. สุดคุ้มค่า

ไม่ว่าใครต่างก็อยากมีสถานที่ไว้สำหรับพักอาศัย สร้างครอบครัว หรือใช้เวลากับคนที่คุณรัก แต่การจะได้มาซึ่งบ้านในฝันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากปัจจัยของราคาบ้านที่มีมูลค...

อ่านรายละเอียด

“กู้ร่วมซื้อบ้าน” มีข้อดีและข้อควรระวังอย่างไรบ้าง

บ้าน ถือเป็นทรัพย์สินชิ้นใหญ่ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันจะครอบครองเป็นของตัวเองสักหลัง แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง และมีรายได้ต่อเดือนไม่มากพอ ทำให้ในขั้นตอนการยื่นกู้ไม่ได้รับอนุมัติ...

อ่านรายละเอียด

ติดแบล็คลิสต์ซื้อบ้านได้ไหม? ตอบกันชัดๆ

“บ้าน” ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งการที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อให้ได้นั้น ธนาคารจะต้องไว้วางใจในตัวผู้ยื่นกู้ว่าจะสามารถผ่อนชำระหนี้ได้จนหมด เพราะฉะนั้น นอกจากสถานะท...

อ่านรายละเอียด

ค้นหาตาม Keyword เช่น การเงิน, การลงทุน, สินเชื่อ, บ้าน

slide-in Checklist