การขยับขยายพื้นที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์การใช้งานของสมาชิกในครอบครัวเป็นสิ่งที่หลายบ้านต้องการ แต่ก่อนที่เจ้าของบ้านจะเริ่มตอกเสาเข็มหรือก่อผนัง สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจกฎหมายต่อเติมบ้านให้ถ่องแท้ เพื่อป้องกันปัญหาการถูกสั่งรื้อถอนภายหลังและความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน G H Bank จึงได้รวบรวมระเบียบข้อบังคับที่จำเป็นต้องทราบ เพื่อให้การปรับปรุงที่อยู่อาศัยของเราเป็นไปอย่างราบรื่น ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และมีความปลอดภัยสูงสุด
กฎหมายต่อเติมบ้านและข้อห้ามที่ควรรู้

เพื่อให้การปรับปรุงที่อยู่อาศัยของเราไม่ขัดต่อกฎหมายต่อเติมบ้าน และไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชุมชน การศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับข้อห้ามของการต่อเติมบ้านจึงเป็นด่านแรกที่เจ้าของบ้านต้องใส่ใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญทางกฎหมายที่ควรรู้ดังนี้
ห้ามสร้างอาคารเต็มพื้นที่
ไม่ว่าเราจะต้องการเพิ่มห้องนอน ขยายครัว หรือเติมระเบียงนั่งเล่น เราไม่สามารถก่อสร้างอาคารจนเต็มแปลงที่ดินได้ตามใจชอบ เพราะกฎหมายต่อเติมอาคารกำหนดให้ต้องมีที่ว่างอย่างน้อย 30% ของพื้นที่ดินทั้งหมด เพื่อการระบายอากาศและทางน้ำไหล โดยเราสามารถใช้พื้นที่ก่อสร้างได้สูงสุดเพียง 70% เท่านั้น กรณีไม่นับรวมถนนสาธารณะ ดังนั้น การคำนวณพื้นที่ว่างให้ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยเพื่อเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมาย
ระยะร่นและแนวอาคาร
การเว้นระยะห่างจากรั้วเพื่อนบ้านเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มักก่อให้เกิดปัญหา หากอาคารสูงไม่เกิน 9 เมตรและมีช่องเปิด เช่น หน้าต่าง ประตู หรือช่องแสง เราต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 2 เมตร แต่ถ้าก่อสร้างเป็นผนังทึบสามารถเว้นระยะได้ 50 เซนติเมตร ส่วนกรณีที่อาคารสูงเกิน 9 เมตรแต่ไม่ถึง 23 เมตร ต้องร่นระยะห่างออกมาถึง 3 เมตร เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบและลดผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง
ระยะห่างของรั้วและกำแพง
ความสูงของรั้วบ้านมีผลต่อทัศนียภาพและความปลอดภัยของชุมชน โดยปกติเราสามารถสร้างรั้วสูงได้ไม่เกิน 3 เมตร แต่หากมีความจำเป็นต้องสร้างสูงกว่านั้น จะต้องร่นแนวรั้วเข้ามาในเขตที่ดินของเราเท่ากับความสูงส่วนที่เกินไป ตัวอย่างเช่น หากต้องการทำรั้วสูง 4 เมตร ก็ต้องถอยร่นแนวรั้วเข้ามาในที่ดิน 1 เมตร นอกจากนี้ถ้ารั้วอยู่ติดถนนสาธารณะ ความสูงจะต้องวัดจากระดับทางเท้าเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
ขอความยินยอมจากเพื่อนบ้านข้างเคียง
แม้ว่าเราจะออกแบบถูกต้องตามแบบแปลนทุกประการ แต่ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน ก่อนเริ่มดำเนินงานต่อเติม เราควรเข้าไปพูดคุยและขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง โดยเฉพาะในกรณีที่การก่อสร้างอาจชิดแนวเขต หรือมีแนวโน้มจะสร้างผลกระทบเรื่องเสียงและฝุ่นละออง การสื่อสารที่ดีจะช่วยลดโอกาสการถูกร้องเรียนและทำให้การอยู่อาศัยร่วมกันมีความสุขในระยะยาว
มีสถาปนิกหรือวิศวกรคุมงานต่อเติมบ้าน
เพื่อความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การมีผู้เชี่ยวชาญอย่างสถาปนิกหรือวิศวกรมาช่วยควบคุมงานเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแก่การลงทุน พวกเขาจะช่วยตรวจสอบโครงสร้างให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายต่อเติมอาคาร ช่วยคำนวณการรับน้ำหนักของเสาเข็ม และป้องกันปัญหาบ้านทรุดตัวในอนาคต ทำให้เรามั่นใจได้ว่าส่วนที่เพิ่มเข้ามาจะไม่ถล่มหรือสร้างอันตรายให้กับสมาชิกในครอบครัว
บทลงโทษหากฝ่าฝืนกฎหมายต่อเติมบ้าน
การละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือการลักลอบต่อเติมโดยพลการ อาจนำมาซึ่งผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรงกว่าที่คิด ซึ่งบทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืน พรบ.ควบคุมอาคาร มีรายละเอียดที่เจ้าของบ้านต้องระวังและไม่ควรเสี่ยง ดังนี้
- ผู้ฝ่าฝืนมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน
- ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท
- ปรับเพิ่มอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย
เคล็ดลับการต่อเติมบ้านจาก G H Bank
การวางแผนงบประมาณเป็นหัวใจสำคัญของการปรับปรุงบ้าน G H Bank แนะนำให้เราเตรียมเงินสำรองไว้อย่างน้อย 10-20% ของงบประมาณก่อสร้าง เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายส่วนเกิน หากใครกำลังมองหาแหล่งเงินทุน สินเชื่อตกแต่งบ้านจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องได้มาก หรือหากสนใจขยับขยายไปซื้อบ้านหลังใหม่ ลองดูข้อมูลดอกเบี้ยบ้านมือสองที่คุ้มค่า เพื่อให้เรามีทางเลือกในการจัดการที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินที่สุด
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายต่อเติมบ้าน
นอกเหนือจากข้อปฏิบัติหลัก ๆ แล้ว ยังมีข้อสงสัยอีกมากมายที่เจ้าของบ้านมักพบเจอเกี่ยวกับการดำเนินการขออนุญาตและขั้นตอนทางราชการ เนื้อหาส่วนนี้ได้รวบรวมคำถามยอดฮิตและคำตอบที่ชัดเจนมาไว้ให้แล้ว เพื่อให้เราเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องก่อนเริ่มงานก่อสร้าง
หากต้องการต่อเติมบ้าน ต้องติดต่อยื่นเรื่องที่หน่วยงานใด?
เราต้องดำเนินการยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ณ สำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่บ้านของเราตั้งอยู่ เพื่อทำการขออนุญาตให้ถูกต้อง หากอาศัยอยู่ในโครงการจัดสรรหรือคอนโดมิเนียม อย่าลืมติดต่อขออนุญาตจากนิติบุคคลควบคู่กันไป เนื่องจากแต่ละโครงการจะมีกฎระเบียบเฉพาะเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ควรแจ้งเพื่อนบ้านให้รับทราบล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทในภายหลัง
การขออนุญาตต่อเติมบ้านใช้เวลานานเท่าไหร่?
ระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติใบอนุญาตอาจมีความคลาดเคลื่อนกันไปตามขั้นตอนของแต่ละพื้นที่และความซับซ้อนของแบบแปลน แต่โดยมาตรฐานแล้ว หากเราเตรียมเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายการต่อเติมบ้าน เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 30 ถึง 45 วันทำการ ดังนั้นเจ้าของบ้านควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยก่อนกำหนดการเริ่มก่อสร้างจริงเสมอ
จะเกิดอะไรขึ้นหากแอบต่อเติมบ้านโดยไม่ขออนุญาต?
ความเสี่ยงจากการลักลอบต่อเติมมีมากกว่าแค่ค่าปรับ เพราะเราอาจถูกคำสั่งระงับการก่อสร้างและรื้อถอนส่วนที่ทำไปแล้วทั้งหมด ซึ่งทำให้สูญเสียทั้งเงินและเวลาเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ยังส่งผลเสียระยะยาวเมื่อต้องการขายบ้านต่อ เพราะผู้ซื้อจะขาดความเชื่อมั่นในโครงสร้างและเอกสารสิทธิ์ อีกทั้งยังอาจกลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านจนอยู่ไม่เป็นสุขได้
สรุป กฎหมายต่อเติมบ้าน
การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายต่อเติมบ้านไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเกราะป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่แห่งความสุขและความปลอดภัยอย่างแท้จริง หากเราต้องการคำปรึกษาเรื่องการเงินสำหรับการซ่อมแซมหรือต่อเติม ธอส. พร้อมดูแลด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อคนมีบ้าน เพื่อให้เราสานฝันเรื่องบ้านให้เป็นจริงได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
หากคุณสนใจขอสินเชื่อบ้านจาก ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ >>> ได้ที่นี่
หรือติดต่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center : 0-2645-9000