การขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นภาระผูกพันระยะยาว สิ่งที่ทำให้หลายคนเกิดความสับสนมากที่สุดคือรูปแบบของอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยคงที่กับดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อจำนวนเงินงวดที่ต้องชำระในแต่ละเดือน หากเราทำความเข้าใจการทำงานของดอกเบี้ยแต่ละประเภทอย่างเข้าใจ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีดีมากขึ้น บทความนี้ G H Bank จะพาไปเจาะลึกดอกเบี้ยแต่ประเภท เพื่อให้การมีบ้านของเราเป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด
ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คืออะไร?
ดอกเบี้ยคงที่ หรือ ดอกเบี้ย Flat Rate คือ รูปแบบอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกำหนดตัวเลขไว้อย่างชัดเจนในสัญญาเงินกู้ โดยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลงตามสภาวะเศรษฐกิจตลอดช่วงระยะเวลาที่ระบุไว้ เช่น คงที่ตลอด 3 ปีแรก วิธีนี้ช่วยให้ผู้กู้หมดความกังวลเรื่องความผันผวนของตลาดการเงิน เพราะไม่ว่าดอกเบี้ยนโยบายจะปรับไปในทิศทางใด เราก็จะยังคงชำระดอกเบี้ยในอัตราเดิม ทำให้สามารถบริหารจัดการรายรับรายจ่ายล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
ข้อดีของดอกเบี้ยคงที่
จุดเด่นสำคัญของการเลือกอัตราดอกเบี้ยประเภทนี้ คือความมั่นคงและความสบายใจในการบริหารจัดการเงิน เพราะเราจะทราบยอดที่ต้องจ่ายจริงทันทีโดยไม่ต้องคอยลุ้นกับข่าวเศรษฐกิจ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างวินัยทางการเงิน โดยมีข้อดีที่น่าสนใจดังนี้
- วางแผนการเงินได้ง่าย ยอดผ่อนชำระที่เท่ากันทุกเดือนตลอดอายุสัญญาที่กำหนด ช่วยให้เราจัดสรรเงินเดือนและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้สะดวกและไม่สับสน
- ลดความเสี่ยงดอกเบี้ยขาขึ้น ไม่ว่าสถานการณ์ตลาดการเงินโลกจะผันผวน หรือดอกเบี้ยนโยบายปรับตัวสูงขึ้นเพียงใด ภาระดอกเบี้ยของเราจะยังคงเดิม ไม่เพิ่มขึ้นตามตลาด
- เหมาะกับผู้มีรายได้ประจำ ตอบโจทย์มนุษย์เงินเดือนที่ต้องการความแน่นอน เน้นการผ่อนชำระไปเรื่อย ๆ ตามกำหนดเวลา ไม่รีบร้อนปิดยอดหนี้ และต้องการสภาพคล่องที่คาดการณ์ได้
ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) คืออะไร?
ดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้เป็นตัวเลขตายตัว แต่จะปรับเปลี่ยนขึ้นหรือลงตามต้นทุนทางการเงินจริงของธนาคารในแต่ละช่วงเวลา หรือเรียกอีกอย่างว่าดอกเบี้ย Float Rate โดยปกติจะอ้างอิงกับดัชนีชี้วัดต่าง ๆ เช่น MRR ปัจจุบัน ซึ่งธนาคารจะเป็นผู้ประกาศ หากธนาคารประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง ผู้กู้ก็จะได้รับประโยชน์จากการจ่ายดอกเบี้ยที่ถูกลง แต่ในทางกลับกันหากมีการประกาศปรับขึ้น ภาระดอกเบี้ยก็จะเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาดทันที
ข้อดีของดอกเบี้ยลอยตัว
แม้ดอกเบี้ยประเภทนี้จะมีความผันผวนตามสถานการณ์เศรษฐกิจ แต่ก็มีจุดเด่นที่น่าดึงดูดใจ โดยเฉพาะในช่วงที่ธนาคารมีการแข่งขันกันออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ หรือในช่วงที่ทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาลง ซึ่งหากเราบริหารจัดการได้ดี จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก โดยมีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้
- ดอกเบี้ยช่วงแรกมักต่ำกว่า โปรโมชันสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่มักเสนออัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ต่ำเป็นพิเศษในช่วงเริ่มต้น เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้กู้
- ได้รับประโยชน์ช่วงดอกเบี้ยขาลง หากเศรษฐกิจชะลอตัวและมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย เราจะจ่ายดอกเบี้ยน้อยลงทันที ทำให้ค่างวดที่ชำระไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น
- เหมาะสำหรับสายโปะ หากเราเป็นคนที่มีศักยภาพในการหารายได้ มีเงินก้อนเข้ามาโปะปิดยอดได้ไว จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้มาก เพราะเมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยก็จะลดลงตามอย่างรวดเร็ว

กู้ซื้อบ้านเลือกดอกเบี้ยแบบไหนดี?
การตัดสินใจเลือกขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่เรารับได้และแผนการเงินส่วนบุคคล หากต้องการความแน่นอนจ่ายเท่าเดิมทุกงวดเพื่อความสบายใจในการวางแผนครอบครัวดอกเบี้ยคงที่คือคำตอบที่ดีที่สุด แต่หากใครติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ คาดการณ์ว่าดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง หรือมีแผนจะรีบโปะหนี้ให้หมดเร็ว ๆ การเลือก ดอกเบี้ยลอยตัวคือทางเลือกที่น่าสนใจ ทั้งนี้ หากใครกำลังวางแผนจะกู้ธอส. เพื่อสร้างบ้านหรือซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ ควรพิจารณาความสามารถในการผ่อนระยะยาวประกอบการตัดสินใจเสมอ
เทคนิคบริหารหนี้บ้านให้หมดไวจาก G H Bank
G H Bank อยากแนะนำการชำระเงินเกินยอดขั้นต่ำในแต่ละเดือน หรือการ “โปะ” เมื่อมีเงินก้อน เพราะสินเชื่อบ้านมีการคำนวณแบบลดต้นลดดอก ตามหลักการคิดดอกเบี้ยบ้านเงินส่วนที่จ่ายเพิ่มจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้ดอกเบี้ยในงวดถัดไปลดลง นอกจากนี้ เมื่อผ่อนชำระครบ 3 ปี ควรพิจารณาเรื่องการรีไฟแนนซ์ (Refinance) ไปยังธนาคารใหม่ หรือขอลดดอกเบี้ย (Retention) กับธนาคารเดิม เพื่อปรับฐานดอกเบี้ยให้ต่ำลง ช่วยให้ปิดหนี้ได้ไวขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลอยตัว
นอกจากการทำความเข้าใจความแตกต่างของโครงสร้างดอกเบี้ยแล้ว ยังมีประเด็นข้อสงสัยที่ผู้กู้มือใหม่มักสอบถามเข้ามาบ่อยครั้ง เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเตรียมความพร้อมก่อนเซ็นสัญญากู้บ้าน เราจึงรวบรวมคำถามยอดฮิตมาไขข้อข้องใจให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้
ทำไมหลังจากผ่อนบ้านครบ 3 ปี ดอกเบี้ยถึงแพงขึ้น?
สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างของโปรโมชั่นสินเชื่อบ้าน โดยปกติธนาคารมักเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ (Teaser Rate) ที่ต่ำมากในช่วง 1-3 ปีแรกเพื่อจูงใจลูกค้า แต่หลังจากพ้นระยะเวลาโปรโมชั่นดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับเข้าสู่เรตปกติแบบลอยตัว (Floating Rate) ตามประกาศของธนาคาร ซึ่งมักจะสูงกว่าช่วงโปรโมชั่น ทำให้ยอดดอกเบี้ยที่ต้องชำระต่อเดือนเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
MRR คืออะไร และมีผลต่อคนผ่อนบ้านอย่างไร
MRR (Minimum Retail Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดสำหรับคนผ่อนบ้านแบบดอกเบี้ยลอยตัว หากธนาคารประกาศปรับขึ้น MRR ดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายก็จะแพงขึ้นทันที ส่งผลให้เงินงวดที่จ่ายไปตัดเงินต้นได้น้อยลง แต่ในทางกลับกัน หาก MRR ลดลง เราก็จะจ่ายดอกเบี้ยถูกลง ดังนั้นคนมีบ้านจึงควรติดตามข่าวสารดอกเบี้ยอยู่เสมอ
ถ้าเลือกดอกเบี้ยลอยตัวอยู่ แล้วอยากเปลี่ยนเป็นดอกเบี้ยคงที่ทำได้หรือไม่?
โดยปกติจะไม่สามารถเปลี่ยนไปมาได้ทันทีในระหว่างสัญญา แต่สามารถทำได้เมื่อครบกำหนดเงื่อนไข เช่น ผ่อนครบ 3 ปี ผ่านกระบวนการรีไฟแนนซ์ (Refinance) ไปยังธนาคารแห่งใหม่ที่มีโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่หรือทำการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม (Retention) โดยเจรจาขอเปลี่ยนเงื่อนไขเป็นเรตคงที่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายและโปรโมชั่นของธนาคารในช่วงเวลานั้น ๆ ว่ามีข้อเสนอรองรับหรือไม่
สรุป ดอกเบี้ยคงที่ กับ ดอกเบี้ยลอยตัว
ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยคงที่กับดอกเบี้ยลอยตัวต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมและเป้าหมายทางการเงินของแต่ละครอบครัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเราเอง หากเรากำลังมองหาสินเชื่อบ้านที่จริงใจ เข้าใจคนไทย และมีทางเลือกที่หลากหลาย ธอส. พร้อมเป็นที่ปรึกษาเพื่อช่วยให้คนไทยมีบ้านได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน
หากคุณสนใจขอสินเชื่อบ้านจาก ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ >>> ได้ที่นี่
หรือติดต่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center : 0-2645-9000