Cover บทความ ดอกเบี้ยคอนโด - 2

ดอกเบี้ยคอนโดมีอะไรต้องรู้บ้าง? พร้อมวิธีการลดดอกเบี้ยเบื้องต้น

ในการขอสินเชื่อซื้อคอนโด นอกจากเงินต้นที่เราต้องจ่ายคืนให้กับธนาคารในแต่ละเดือนแล้ว ยังมีการคิดอัตราดอกเบี้ยจากการกู้ยืมที่นำมาคำนวณในค่างวดด้วย ทำให้เราต้องหาวิธีลดดอกเบี้ยเพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด

สำหรับใครที่กำลังมีแผนจะกู้ซื้อคอนโดกับธนาคาร บทความนี้มีจะพาคุณมาทำความรู้จักกับดอกเบี้ยเงินคอนโดทุกรูปแบบ พร้อมทั้งวิธีการเลือกลดดอกเบี้ย ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว

3 สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับดอกเบี้ยคอนโด

3 สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับดอกเบี้ยคอนโด

1. รูปแบบของอัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ทาวน์เฮ้าส์และอาคารพาณิชย์เพื่อที่อยู่อาศัย จะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่เหมือนกันโดยแบ่งออกเป็น

อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารกำหนดให้คงที่ตามอายุสัญญา หรือตามช่วงเวลาที่กำหนดตั้งแต่ 1-3 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะลอยตัวไปตามประกาศของธนาคาร

อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเปลี่ยนไปตามตลาดการเงินและเศรษฐกิจ โดยจะมีการประกาศจากธนาคารเป็นระยะๆ และอ้างอิงจาก

  • MLR (Minimum Loan Rate) อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา 
  • MOR (Minimum Overdraft Rate) อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี
  • MRR (Minimum Retail Rate) อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี มีประวัติทางการเงินที่ดี

2. การกำหนดอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร

ในการหาข้อมูลเปรียบเทียบสินเชื่อคอนโด คุณจะพบว่าการให้อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารนั้นไม่เท่ากัน เนื่องจากแต่ละธนาคารมีอัตราดอกเบี้ย MLR, MOR, MRR รวมถึงสภาพคล่องทางการเงินที่แตกต่างกัน 

นอกจากนี้การยื่นขอสินเชื่อสำหรับซื้อคอนโดของแต่ละคน แม้ว่าจะเป็นสินเชื่อผลิตภัณฑ์เดียวกัน แต่ก็อาจได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละรายว่ามีประวัติทางการเงินที่ดีหรือไม่ และมีความสามารถในการชำระหนี้มากน้อยเพียงใด

3. การคำนวณสินเชื่อคอนโด

สำหรับการคำนวณสินเชื่อคอนโดด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว เพื่อหาค่างวดที่ต้องชำระในแต่ละเดือน สามารถทำได้โดย

ค่างวดที่ต้องชำระในแต่ละเดือน = [ยอดเงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (%) x จำนวนวันในแต่ละเดือน (30 หรือ 31 วัน)] / จำนวนวันใน 1 ปี (365 หรือ 366 วัน)

หรือคุณสามารถใช้เครื่องมือคำนวณสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจาก ธอส. ได้ที่: https://www.ghbank.co.th/loan/infomation-advices/calculator

วิธีการลดอัตราดอกเบี้ยคอนโด ให้สบายกระเป๋า

เมื่อทำการผ่อนชำระสินเชื่อคอนโดเป็นเวลา 3 ปีแล้ว อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากตอนโปรโมชัน มักจะมีการลอยตัว ซึ่งจะทำให้การผ่อนชำระในส่วนดอกเบี้ยสูงขึ้น และหักในส่วนเงินต้นน้อยลง

นั่นจึงทำให้เราต้องหาวิธีการลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้การผ่อนชำระต่อเดือนลดลงไปตามเงินต้นที่จ่ายไปแล้ว ด้วยวิธีการลดอัตราดอกเบี้ยคอนโดที่ทำได้ดังนี้

1. เพิ่มการวางเงินสดให้สูงขึ้น

การวางเงินก้อนเพิ่มขึ้น จะช่วยให้เงินต้นในการขอสินเชื่อลดลง และยังส่งผลให้การคำนวณอัตราดอกเบี้ยถูกลงด้วย โดยการเพิ่มเงินสดสามารถทำได้ดังนี้

1.1 วางเงินดาวน์ให้สูงขึ้น

สำหรับเงินดาวน์ เป็นเงินก้อนแรกที่เราสามารถจ่ายให้กับทางโครงการคอนโด เพื่อให้เงินต้นที่ต้องขอสินเชื่อกับธนาคารลดลง ซึ่งมีทั้งแบบ 

วางเงินดาวน์คอนโดพร้อมอยู่ ที่ต้องจ่ายเป็นเงินก้อนใหญ่รอบเดียวก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ 

วางเงินดาวน์คอนโดที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งจะสามารถผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด และไม่ต้องจ่ายทีเดียว

โดยการวางเงินดาวน์สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ 5-10% ของราคาคอนโด หรืออาจเพิ่มจำนวนเงินดาวน์เป็น 20% หรือมากกว่า ก็จะเป็นการลดจำนวนเงินต้นในการขอสินเชื่อลง จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดน้อยลง รวมถึงมีระยะเวลาผ่อนที่ลดลงด้วย

1.2 ใช้เงินก้อนโปะค่าผ่อนชำระ

การใช้เงินก้อนโปะค่าผ่อนชำระคอนโด หรือการเพิ่มจำนวนเงินในค่างวดให้เกินกว่าที่ทางธนาคารกำหนดไว้ วิธีนี้จะช่วยให้สามารถผ่อนคอนโดหมดได้เร็วขึ้น และยังทำให้ประหยัดดอกเบี้ยที่ต้องชำระทั้งหมดด้วย

สำหรับการโปะค่าผ่อนชำระคอนโด สามารถทำได้ 2 วิธี นั่นคือ 

การโปะแบบรายเดือน ด้วยการเพิ่มจำนวนเงินผ่อนคอนโดให้มากกว่าที่ธนาคารกำหนดในแต่ละงวด ซึ่งจะทำให้เงินต้นลดลงได้เร็วขึ้นและส่งผลทำให้ดอกเบี้ยลดลงตามด้วย เช่น จากเดิมที่ต้องผ่อนคอนโดต่องวดอยู่ที่ 15,000 บาท แต่เราเลือกโปะค่าผ่อนชำระต่อเดือนเพิ่มไปเป็น 18,000 บาท ส่วนที่ชำระเกินมา 3,000 บาท จะถูกนำไปหักเงินต้น เป็นต้น

การโปะแบบรายปี ที่จะจ่ายปีละ 1 ครั้ง เป็นเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียว เช่น ผ่อนคอนโดต่องวดอยู่ที่ 15,000 บาท เมื่อถึงเดือนสุดท้ายของปีก็โปะเงินก้อนเข้าไปอีก 36,000 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 3,000 บาท) เป็นต้น

ทั้งสองวิธีนี้ สามารถเลือกทำแบบใดแบบหนึ่ง หรือทำควบคู่กันไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับการวางแผนรายจ่ายของแต่ละคน โดยยิ่งโปะเยอะก็จะช่วยให้เงินต้นที่เหลือในแต่ละเดือนลดลงได้อย่างรวดเร็ว และอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดลดลงได้มากขึ้น 

2. ทำเรื่องลดอัตราดอกเบี้ย

เมื่อผ่อนชำระคอนโดเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ดอกเบี้ยจะถูกปรับให้สูงขึ้น ทำให้เงินผ่อนคอนโดในแต่ละงวด แม้จะจ่ายจำนวนเท่าเดิมแต่จะถูกนำไปหักในส่วนของเงินต้นน้อยลง และนำไปจ่ายเป็นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 

โดยการทำเรื่องลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคาร สามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ

2.1 ขอปรับลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม (Retention)

หลังจากที่ผ่อนชำระสินเชื่อคอนโดเป็นเวลา 3 ปี หรือตามสัญญาที่ทางธนาคารกำหนดแล้ว เราสามารถทำเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมที่เราขอสินเชื่อคอนโด หรือที่เรียกว่าการ รีเทนชั่น ได้

การรีเทนชั่น เป็นการขอลดอัตราดอกเบี้ยที่จะลอยตัวสูงขึ้นในปีที่ 4 ให้ถูกลงได้ตามที่ธนาคารพิจารณา โดยสามารถทำได้ง่าย เนื่องจากเป็นการยื่นเรื่องกับธนาคารเดิม ทำให้ไม่ต้องรอการยื่นเอกสารอะไรใหม่ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการไม่สูง และยังมีระยะเวลาในการอนุมัติที่รวดเร็วด้วย 

2.2 รีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ (Refinance)

อีกหนึ่งวิธีการลดดอกเบี้ย ด้วยการยื่นขอสินเชื่อคอนโดกับธนาคารเจ้าใหม่ โดยเป็นการนำยอดเงินต้นทั้งหมดที่เหลืออยู่จากธนาคารก่อนหน้า ไปขอสินเชื่อคอนโดใหม่ ทำให้ได้อัตรา

ดอกเบี้ยที่ถูกลงและการผ่อนชำระต่อเดือนลดลงไปตามโปรโมชันของธนาคารในขณะนั้น

นอกจากนี้การรีไฟแนนซ์ยังสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ใหม่ เช่น ปรับเปลี่ยนจากการกู้คนเดียวเป็นการกู้ร่วมกับผู้อื่น หรือเปลี่ยนจากการกู้ร่วมเป็นกู้คนเดียวก็ได้เช่นกัน 

แต่ในการขอรีไฟแนนซ์ ผู้กู้จะต้องเตรียมเอกสารเพื่อขอสินเชื่อใหม่ทั้งหมด และยังมีค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ต้องชำระเพิ่มเติม เช่น ค่าจัดการสินเชื่อสัญญาฉบับใหม่ ค่าธรรมเนียมในการจำนอง ค่าอากรแสตมป์ ค่าประเมินราคา เป็นต้น

ระหว่าง รีเทนชั่นกับรีไฟแนนซ์ เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?

การเลือกว่าจะ รีเทนชั่นกับธนาคารเดิม หรือรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ ปัจจัยหลักที่ต้องดูนั่นคือ อัตราดอกเบี้ยหลังจากที่ปรับลดแล้ว แบบไหนให้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงมากกว่ากัน เนื่องจากจะส่งผลต่อการผ่อนชำระโดยตรง ยิ่งดอกเบี้ยน้อยการผ่อนชำระก็จะถูกลงนั่นเอง

นอกจากนี้ให้มองถึงเครดิตทางการเงินในปัจจุบัน ว่าสามารถยื่นกู้กับธนาคารใหม่ได้หรือไม่ เนื่องจากธนาคารใหม่จะทำการตรวจสอบเครดิตบูโร และภาระหนี้ปัจจุบันทั้งหมดอีกครั้ง

โดยถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ามีความพร้อมในการทำเรื่องยื่นกู้กับธนาคารใหม่ การรีไฟแนนซ์ก็จะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่ได้จากธนาคารใหม่ถูกกว่า แต่ถ้าพบว่าความพร้อมทางการเงินในช่วงนั้นมีปัญหา หรือมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการมากเกินไป การขอรีเทนชั่นก็จะตอบโจทย์กว่านั่นเอง

แนะนำสินเชื่อเพื่อการซื้อคอนโดดอกเบี้ยต่ำจาก ธอส.

หากคุณกำลังมองหาสินเชื่อคอนโดดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนสบายกระเป๋า ธนาคารอาคารสงเคราะห์มีรายละเอียดข้อเสนอสินเชื่อบ้านและคอนโดดีๆ มานำเสนอให้กับคุณ

โดยเรามีสินเชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และปานกลาง หรือกลุ่มผู้มีรายได้สูง เราก็มีผลิตภัณฑ์พร้อมโปรโมชันหลากหลาย ที่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างเหมาะสม

หากคุณสนใจขอสินเชื่อบ้านจาก ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ >>> ได้ที่นี่

เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่คอยให้คำแนะนำ พร้อมเปรียบเทียบและหยิบยื่นข้อเสนอด้านสินเชื่อที่ดีที่สุดให้กับคุณ ติดต่อเราได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ

ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์: 02 645 9000

ebook-banner-loan-eva

ไม่พลาดทุกบทความดีๆ
จาก GH Bank

รับความรู้จากเราได้ฟรี พร้อมส่งตรงถึงคุณก่อนใครได้ที่นี่



ค้นหาตาม Keyword เช่น การเงิน, การลงทุน, สินเชื่อ, บ้าน

[GH]LeadMagne_eBook_ประเมินก่อนกู้@2x