เมื่อพูดถึงแขกไม่ได้รับเชิญที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้อยู่อาศัยมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “งู” ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ เมื่อเลื้อยผ่านประตูเข้ามาแล้ว ย่อมสร้างความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก แต่ในมุมของความเชื่อคนไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เหตุการณ์งูเข้าบ้านมักถูกเชื่อมโยงกับเรื่องดวงชะตา โชคลาง และตัวเลขมงคล ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะพามาหาคำตอบกันว่า งูเข้าบ้านหมายถึงอะไรในทางความเชื่อ และในความเป็นจริงเราควรรับมืออย่างไรเพื่อให้บ้านยังคงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับครอบครัว
งูเข้าบ้าน หมายถึงอะไร?
ในทางความเชื่อโบราณ การที่งูเข้าบ้านหมายถึงการส่งสัญญาณเตือนบางอย่างจากเจ้าที่เจ้าทาง หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาบ้าน โดยตีความได้สองแง่มุม หากเป็นงูตัวเล็ก ไม่มีพิษ หรือมีสีสันสดใส มักหมายถึงการนำโชคลาภ เงินทอง หรือข่าวดีเรื่องความรักมาสู่คนในบ้าน แต่หากเป็นงูขนาดใหญ่ ดุร้าย หรือมีพิษร้ายแรง อาจหมายถึงการเตือนภัย เคราะห์กรรม หรือปัญหาสุขภาพของคนในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของความเป็นจริงทางธรรมชาติ การที่งูเข้าบ้านหมายถึงระบบนิเวศรอบบ้านของคุณกำลังเปลี่ยนแปลง หรือบ้านของคุณมีสภาพแวดล้อมที่ “เหมาะสม” ต่อการดำรงชีวิตของงู เช่น มีแหล่งอาหาร หรือมีที่หลบซ่อนที่ปลอดภัยนั่นเอง
งูเข้าบ้าน โบราณว่าเลขเด็ดมีอะไรได้

สำหรับสายเสี่ยงโชค เรื่องงูเข้าบ้านกับตัวเลขเป็นของคู่กัน ตามตำราโบราณมักจะมีการตีเลขเด็ดจากลักษณะของงูที่พบเห็น ดังนี้
- เลขที่บ้าน : อันดับแรกที่นิยมที่สุดคือเลขที่บ้านที่งูเลื้อยเข้าไป
- ลักษณะงู :
- งูตัวเล็ก งูเขียว หรือสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป มักตีเป็นเลข 4, 5, 6
- งูตัวใหญ่ งูเหลือม งูหลาม มักตีเป็นเลข 8, 9
- เลขชุดยอดนิยม : จากสถิติความเชื่อ มักจับคู่เลขมงคลได้แก่ 45, 49, 58, 68 หรือหากเป็นงูรัดพัวพันกันอาจตีเป็น 56, 65
หมายเหตุ : เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ
งูเข้าบ้านเพราะอะไร?
ทำไมอยู่ดี ๆ บ้านเราถึงกลายเป็นเป้าหมายของงู? สาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้เข้ามาเยี่ยมเยือน มักเกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติ ดังนี้
- แหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ : บ้านที่มีหนู จิ้งจก ตุ๊กแก กบ หรือเลี้ยงสัตว์เล็ก ๆ ไว้ เป็นเสมือนโต๊ะอาหารบุฟเฟต์ที่ดึงดูดงูเข้ามาล่าเหยื่อ
- หาที่ปลอดภัยและอุณหภูมิที่เหมาะสม : งูเป็นสัตว์เลือดเย็นที่ต้องการความอบอุ่นในฤดูหนาว และต้องการความชื้นหรือที่เย็นสบายในฤดูร้อน รวมถึงการหลบซ่อนจากศัตรูตามธรรมชาติ
- สภาพแวดล้อมรกร้าง : บริเวณรอบบ้านที่มีหญ้ารก กองวัสดุก่อสร้าง หรือขยะสะสม เป็นที่ซ่อนตัวชั้นดี
- ฤดูผสมพันธุ์หรือวางไข่ : งูอาจกำลังมองหาที่เงียบสงบและปลอดภัยเพื่อขยายพันธุ์
จุดเสี่ยงที่งูมักใช้เป็นช่องทางเลื้อยเข้าบ้าน
การรู้ทันช่องทางเข้า จะช่วยให้เราปิดจุดบอดได้ทันท่วงที โดยจุดเสี่ยงหลัก ๆ มีดังนี้
- ท่อระบายน้ำและชักโครก : โดยเฉพาะชั้นล่างของบ้านที่เชื่อมต่อกับบ่อพักสิ่งปฏิกูลโดยตรง หากไม่มีตะแกรงกั้น งูสามารถเลื้อยย้อนท่อขึ้นมาได้
- รอยแตกร้าวและช่องว่าง : รูโหว่ตามผนัง รอยแยกที่พื้น หรือช่องว่างระหว่างประตูกับธรณีประตูเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอให้งูตัวเล็กเล็ดลอดเข้ามา
- กิ่งไม้ใกล้ตัวบ้าน : ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านยื่นเข้ามาพาดเกี่ยวกระเบื้องหลังคา หรือระเบียง เป็นสะพานธรรมชาตินำพางูเข้าสู่ตัวบ้านชั้นบน
- รองเท้าและกองผ้า : รองเท้าที่วางทิ้งไว้นอกบ้าน หรือกองผ้าที่ไม่ได้เก็บ เป็นจุดที่งูชอบเข้าไปขดตัวนอน
งูเข้าบ้านแล้วต้องทำอย่างไร?
เมื่อเผชิญหน้ากับงู สิ่งสำคัญที่สุดคือ “สติ” ห้ามวิ่งพรวดพราดหรือขว้างปาสิ่งของใส่ เพราะอาจทำให้งูตกใจและพุ่งเข้าฉกได้ ให้ปฏิบัติดังนี้
- สังเกตชนิด : พยายามดูว่าเป็นงูมีพิษหรือไม่ (หากไม่แน่ใจให้ตีต่างว่ามีพิษไว้ก่อน)
- รักษาระยะห่าง : ถอยออกมาอย่างช้า ๆ และจับตามองความเคลื่อนไหวของงูไว้ตลอด เพื่อบอกตำแหน่งแก่เจ้าหน้าที่
- กันพื้นที่ : หากงูอยู่ในห้อง ให้ปิดประตูหน้าต่างห้องนั้นเพื่อขังงูไว้ ไม่ให้เลื้อยไปซ่อนที่อื่น
- โทรแจ้งผู้เชี่ยวชาญ : โทร 199 (ดับเพลิง/กู้ภัย) หรือ 1677 (ร่วมด้วยช่วยกัน) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่มีอุปกรณ์มาจับ ห้ามจับเองโดยเด็ดขาดหากไม่มีความชำนาญ
วิธีป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้าน
การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข การปรับสภาพบ้านให้ไม่น่าอยู่สำหรับงู ทำได้ดังนี้
- กำจัดแหล่งอาหาร : ดูแลเรื่องความสะอาด อย่าให้มีเศษอาหารตกค้างซึ่งจะเรียกหนูมา และเมื่องูไม่มีเหยื่อ มันก็จะไม่มา
- ปิดช่องทางเข้า : ติดตะแกรงกันงูตามท่อระบายน้ำ อุดรอยร้าวรอบบ้าน และติดมุ้งลวดให้มิดชิด
- จัดสวนให้โปร่ง : ตัดหญ้าให้สั้นเสมอ ตัดกิ่งไม้ไม่ให้พาดเกี่ยวตัวบ้าน และหลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้รกทึบ
- ใช้กลิ่นไล่งู : แม้งูจะไม่มีจมูกแบบคน แต่ลิ้นของมันรับกลิ่นได้ดี การราดน้ำมันก๊าด หรือโรยกำมะถันในจุดเสี่ยง อาจช่วยไล่ได้ชั่วคราว (แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง)
- เลี้ยงสัตว์เลี้ยง : สุนัข หรือ ห่าน มีสัญชาตญาณในการระวังภัยและส่งเสียงเตือนเมื่อมีสิ่งแปลกปลอม
เคล็ดลับการเลือกบ้านจาก G H Bank
ในฐานะสถาบันการเงินที่เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน ธอส. ขอแนะนำว่า “โครงสร้างและทำเล” คือหัวใจสำคัญของการป้องกันสัตว์เลื้อยคลานตั้งแต่เริ่มต้น
- การเลือกทำเล : ควรหลีกเลี่ยงบ้านที่อยู่ติดกับป่ารกทึบ หนองน้ำ หรือพื้นที่รกร้างที่ขาดการดูแล เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของงู
- โครงสร้างบ้าน : ควรเลือกบ้านที่มีการยกพื้นสูงเล็กน้อย มีกำแพงรั้วมิดชิด และไม่มีรอยแตกร้าวที่ฐานราก ระบบท่อระบายน้ำควรมีมาตรฐาน มีบ่อพักและตะแกรงป้องกันสัตว์เลื้อยคลานติดตั้งมาให้พร้อม
หากบ้านปัจจุบันเริ่มชำรุด มีรอยร้าว หรือต้องการปรับปรุงเพื่อความปลอดภัย ธอส. มีสินเชื่อเพื่อการซ่อมแซมและต่อเติมบ้านที่พร้อมสนับสนุนให้คุณมีบ้านที่แข็งแรง ปลอดภัย ไร้กังวล
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงูเข้าบ้าน
เรื่องงูเข้าบ้านมักสร้างความตื่นตระหนกและเกิดข้อสงสัยมากมาย ทั้งในมุมของความเชื่อและความปลอดภัย ธอส. ได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากรู้ เพื่อไขข้อข้องใจและให้คุณเตรียมรับมือได้อย่างถูกวิธี
งูเข้าบ้านถือเป็นลางดีหรือลางร้าย?
ขึ้นอยู่กับลักษณะของงู หากเป็นงูเล็ก ไม่มีพิษ เชื่อว่าเป็นลางดีเรื่องโชคลาภ แต่หากเป็นงูใหญ่หรือมีพิษ เชื่อว่าเป็นสัญญาณเตือนให้ระวังภัยหรือปัญหาสุขภาพ
ถ้าเจองูในบ้านแล้วเผลอฆ่า จะเป็นอะไรไหม?
ในทางความเชื่อ การฆ่างูอาจนำมาซึ่งการอาฆาตพยาบาท หรือเกิดเคราะห์ร้าย แต่ในความเป็นจริง การพยายามฆ่างูมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกฉกสวนกลับ และงูบางชนิดเป็นสัตว์คุ้มครองทางกฎหมาย จึงควรแจ้งกู้ภัยมาจับดีที่สุด
การใช้มะนาวหรือน้ำมันก๊าดไล่งูได้จริงหรือเปล่า?
มะนาวไม่สามารถไล่งูได้จริง ส่วนน้ำมันก๊าดอาจช่วยได้บ้างเนื่องจากกลิ่นฉุนรุนแรงที่รบกวนประสาทสัมผัสของงู แต่ผลลัพธ์เป็นเพียงชั่วคราวและอาจระเหยไว วิธีที่ดีที่สุดคือการกำจัดแหล่งอาหารและปิดช่องทางเข้า
สรุป งูเข้าบ้าน
เหตุการณ์งูเข้าบ้าน แม้จะมองในมุมของความเชื่อเรื่องโชคลาภได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัว การดูแลบ้านให้สะอาด ปิดช่องโหว่ และมีสติเมื่อเผชิญเหตุ คือวิธีรับมือที่ดีที่สุด หากคุณกำลังมองหาบ้านหลังใหม่ที่ตั้งอยู่ในทำเลคุณภาพ โครงสร้างได้มาตรฐาน หรือต้องการงบประมาณมาปรับปรุงซ่อมแซมบ้านอุดรอยรั่วต่าง ๆ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิด ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทุกความต้องการ เพื่อให้ “บ้าน” ของคุณ เป็นพื้นที่แห่งความสุขและความปลอดภัยอย่างแท้จริง
หากคุณสนใจขอสินเชื่อบ้านจาก ธอส. สามารถทำการกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำด้านสินเชื่อ และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ >>> ได้ที่นี่
หรือติดต่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center : 0-2645-9000
สนใจขอสินเชื่อบ้าน ธอส. ได้ผ่านช่องทางบริการดังนี้
- ยื่นขอสินเชื่อบ้านด้วยตนเองผ่าน GHB ALL GEN : https://www.ghbank.co.th/electronic-services/application/ghb-all-gen
- ให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารติดต่อกลับเพื่อแนะนำสินเชื่อบ้าน : https://cm.ghbank.co.th/SmartLoan/
- แชทสอบถามปรึกษาสินเชื่อบ้าน : m.me/GHBank
สามารถศึกษาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th