ผ่อนบ้านไม่ไหว ต้องทำอย่างไร ไม่ให้ถูกยึดทรัพย์สิน

การระบาดของ COVID-19 ส่งผลเป็นอย่างมากต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทย ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องประสบกับปัญหาขาดรายได้ ทำให้ผู้ที่มีภาระก้อนใหญ่อย่างการผ่อนบ้านอาจจะผ่อนต่อไม่ไหว

ซึ่งเราต่างก็รู้ดีว่าหากยืดเยื้อไม่ยอมจ่ายต่อไปนานๆ ก็อาจเสี่ยงต่อการถูกยึดทรัพย์ แต่จะทำยังไงก็หาเงินไปจ่ายไม่ทันจริงๆ

บทความนี้จะแนะแนวทางสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มผ่อนบ้านไม่ไหว ต้องทำการประนีประนอมกับธนาคารอย่างไร เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกยึดทรัพย์สิน

ติดต่อธนาคารทันทีหากรู้ตัวว่าผ่อนไม่ไหว

ธนาคารแต่ละแห่งนั้นเข้าใจถึงผลกระทบที่ลูกค้าได้รับจาก COVID-19 เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะประนีประนอมการผ่อนชำระ ซึ่งสิ่งแรกที่เราควรทำเมื่อรู้ตัวว่าผ่อนบ้านไม่ไหวนั่นก็คือเข้าไปติดต่อธนาคารโดยเร็วที่สุด

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับธนาคารด้วยเหตุผลต่างๆ และไม่มีกำลังผ่อนบ้านต่อ เลือกที่จะไม่จ่ายแล้วเงียบหายไปดื้อๆ ท้ายที่สุดก็มีการฟ้องร้องและถูกยึดทรัพย์

ถ้าหากปล่อยเอาไว้ผลเสียนั้นไม่ได้มีแค่ทรัพย์สินที่ถูกยึด หากทรัพย์สินมีมูลค่าน้อยกว่ายอดหนี้ ยังต้องหาเงินมาชำระหนี้ส่วนขาด และยังรวมไปถึงประวัติทางการเงินที่จะเสียหายหนัก ส่งผลถึงการทำธุรกรรมต่างๆ ในอนาคตอีกด้วย

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ควรติดต่อไปยังธนาคารให้เร็วที่สุด

ผ่อนบ้านไม่ไหว

สำหรับลูกค้า ธอส. หากต้องการติดต่อธนาคารเพื่อแก้ปัญหาการผ่อนชำระ หรือยื่นขอประนอมหนี้ ธอส. พร้อมให้คำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็น

  • การขอผ่อนชำระยอดหนี้ค้าง 
  • ยื่นขอขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ 
  • ชะลอการฟ้องร้อง 
  • ประนีประนอมยอมความ 
  • ชะลอการยึดทรัพย์ 
  • ชะลอการขายทอดตลาด 

สามารถยื่นเรื่องผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารอาคารสงเคราะห์ GHBank Smart NPL ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านลิงก์นี้ ghbank.co.th/electronic-services/web-application/ghb-smart-npl เรายินดีให้คำปรึกษาเพื่อบรรเทาปัญหาให้กับลูกค้าทุกคน

ทีนี้เรามาดูกันว่า ในกรณีที่ผ่อนบ้านไม่ไหว ทางธนาคารจะมีทางออกของปัญหาในรูปแบบใดบ้าง 

สำรวจมาตรการช่วยเหลือกรณี COVID-19 จากธนาคารของคุณ

แต่ละธนาคารนั้นมีมาตรการออกมาช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 ซึ่งแตกต่างกันไป โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ทำการรวบรวมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว สามารถดูได้ผ่านลิงก์นี้ >>> มาตรการพักชำระหนี้จากแต่ละธนาคาร

จากข้อมูลที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้รวบรวมมาให้นั้น จะเห็นได้ว่ามาตรการช่วยเหลือนั้นจะมีอยู่ 5 รูปแบบด้วยกัน แต่ก่อนที่จะตกลงเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือเหล่านี้ แนะนำว่าให้ตรวจทานเงื่อนไขก่อนให้ดีๆ เพราะบางมาตรการก็ช่วยให้คุณสบายแค่เบื้องต้น แต่อาจสร้างความลำบากในภายหลังก็เป็นได้ 

มาเปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละรูปแบบก่อนตัดสินใจเข้าร่วม โดยสามารถดูได้ดังนี้

  • รูปแบบที่ 1 พักชำระเงินต้น

ข้อดี: ชำระเฉพาะดอกเบี้ย ไม่ต้องจ่ายเงินต้น

ข้อเสีย: จำนวนเงินต้นก็ยังคงเดิมไม่ได้มีการลดลง สรุปแล้วเมื่อครบกำหนดการพักชำระ จำนวนเงินต้นก็ยังเหลือเท่าเดิม

  • รูปแบบที่ 2 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย

ข้อดี: เลื่อนกำหนดชำระหนี้สินทั้งหมดออกไปก่อน ไม่ต้องชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

ข้อเสีย: อัตราดอกเบี้ยก็ยังถูกคิดอยู่ดังเดิม เพราะฉะนั้น เมื่อครบกำหนดพักชำระตามที่ระบุไว้ ภาระหนี้ทั้งต้นทั้งดอกก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้ระยะเวลาการผ่อนบ้านยาวนานขึ้นอีก

  • รูปแบบที่ 3 ปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ข้อดี: ผ่อนชำระรายเดือนตามปกติ แต่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ลดภาระที่จะต้องจ่ายรายเดือนลงได้ระดับหนึ่ง โดยเปอร์เซ็นต์ในการลดลงจะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร

ข้อเสีย: อาจช่วยลดภาระที่ต้องจ่ายในรายเดือนได้ไม่มากนัก

  • รูปแบบที่ 4 พักหนี้

ข้อดี: เลื่อนกำหนดชำระหนี้สินทั้งหมดออกไปก่อน ไม่ต้องชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย และในระยะเวลานั้นจำนวนหนี้ก็ไม่เพิ่มขึ้น หมดกังวลเรื่องนี้ได้ในระดับหนึ่ง

ข้อเสีย: จำนวนเงินต้นเหลือคงเดิม ระยะเวลาผ่อนอาจจะยาวนานขึ้น

  • รูปแบบที่ 5 ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่

ข้อดี: เป็นการปรับโครงสร้างของหนี้ใหม่ทั้งหมด คล้ายการรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิม กระจายอัตราการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ช่วยลดจำนวนเงินในที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน 

ข้อเสีย: ระยะเวลาการผ่อนยาวนานขึ้น

ผ่อนบ้านไม่ไหว

มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้า ธอส.

สำหรับลูกค้าที่กู้ผ่อนบ้านกับ ธอส. ทางธนาคารได้รับทราบถึงปัญหาสถานการณ์ COVID-19 ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่ง ธอส. เองก็ได้มีมาตรการพิเศษเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่เผชิญกับปัญหาในช่วงนี้

โดย ธอส. ได้ขยายความช่วยเหลือ “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)” และ “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ” เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าทั้งหมด โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. สำหรับลูกค้าที่ไม่เคยลงทะเบียนเข้ามาตรการ 

ขยายระยะเวลาลงทะเบียนเข้าร่วม “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ” จนถึง 28 กันยายน 2563 โดยสามารถเลือกใช้

  • มาตรการที่ 8: พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าที่ไม่เคยลงทะเบียนขอความช่วยเหลือในมาตรการใดๆ โดยดอกเบี้ยที่พักชำระไว้ลูกค้าสามารถทยอยผ่อนชำระให้หมดได้ภายในระยะเวลาของสัญญาเงินกู้

2. สำหรับลูกค้าที่เคยลงทะเบียนร่วมมาตรการแล้ว 

ขยายระยะเวลาสิ้นสุดมาตรการเป็นวันที่ 31 ตุลาคม 2563 โดยอัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วยมาตรการต่างๆ ดังนี้

ผ่อนบ้านไม่ไหว

  • สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)”

    • มาตรการที่ 1: ลดจำนวนเงินผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยหลังจากครบ 6 เดือนตามระยะเวลาของมาตรการเดิมแล้ว จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.75% ต่อปี
    • มาตรการที่ 2: ลดจำนวนเงินผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน สำหรับลูกค้าที่รายได้ต่อเดือนได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวในประเทศกลุ่มเสี่ยง ภายหลังจากครบ 4 เดือนตามระยะเวลาของมาตรการเดิมแล้ว ธอส. จะลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.75% ต่อปี
  • สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ”

    • มาตรการที่ 1: พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท
    • มาตรการที่ 3: พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน โดยลดดอกเบี้ยเหลือเพียง 3.90% ต่อปี
    • มาตรการที่ 4: พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน โดยลดดอกเบี้ยเหลือเพียง 3.90% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่อยู่ในระหว่างใช้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ หรืออยู่ในสถานะกฎหมาย
    • มาตรการที่ 6: พักชำระเงินต้น 4 เดือน และลดอัตราดอกเบี้ย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานด้านสาธารณสุขและสถานพยาบาล หลังจากครบ 4 เดือนตามระยะเวลาของมาตรการเดิมแล้ว ธอส. จะลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.75% ต่อปี
    • มาตรการที่ 8: พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่เคยลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการที่ 1, 2, 3, 4 และ 6
    • มาตรการที่ 8.5: ขยายความช่วยเหลือลูกค้ามาตรการ 5 ที่รายได้ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ พักชำระหนี้ถึง 31 ต.ค. 63  โดยแบ่งเป็น 2 กรณีด้วยกัน
      • กรณีที่ 1 สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ ให้แจ้งความประสงค์เข้ามาตรการที่ 8.5 พักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ย โดยจะพักชำระได้ถึงวันที่ 31 ต.ค.63
      • กรณีที่ 2 สำหรับลูกค้าที่มีสถานะเป็น NPL จะต้องเข้ามาตรการประนอมหนี้พิเศษ หากสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ตามมาตรการที่ 8.5 ได้ด้วย

สอบถามรายละเอียด ปรึกษาเรื่องสินเชื่อบ้านเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000

ebook-banner-loan-eva

ไม่พลาดทุกบทความดีๆ
จาก GH Bank

รับความรู้จากเราได้ฟรี พร้อมส่งตรงถึงคุณก่อนใครได้ที่นี่



ค้นหาตาม Keyword เช่น การเงิน, การลงทุน, สินเชื่อ, บ้าน

Slide In_Checklist