เริ่มต้นมีบ้าน

สานความฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองให้เป็นจริง

เชื่อว่าหลายๆ คนคงมีความฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะได้อยู่อาศัยในบ้านอย่างเจ้าของที่แท้จริง เพื่อเป็นที่อยู่สร้างครอบครัว เป็นสมบัติ เป็นความภาคภูมิใจในชีวิต อยากจะทำอะไรก็ทำได้เพราะ “นี่คือบ้านของเรา”

และก็เชื่ออีกว่า ทุกคนที่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองคงไม่อยากแค่ “ฝัน” แต่อยาก “มี” บ้านเป็นของตัวเองจริงๆ และวิธีการที่จะทำได้ คือ การเริ่มลงมือสร้างฝันนั้นอย่างจริงจัง เพียงเริ่มต้นแปลงฝันออกมาเป็นเป้าหมาย คอยเตรียมตัวให้พร้อม และออกตามหาความฝัน

เปลี่ยนความฝันเป็นเป้าหมาย

ขั้นตอนแรกในการทำสานฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองให้เป็นจริง คือ การแปลงความฝันออกมาเป็นเป้าหมาย นั่นหมายถึง การมีบ้านในใจหรือตั้งเป้าหมายเป็นงบประมาณการซื้อ/สร้างบ้านเพื่อเก็บออม ทั้งนี้ ฝันมีบ้านเป็นของตัวเองอาจจะเป็นฝันที่ใหญ่ และต้องรอบคอบสักหน่อย เกณฑ์ 3 ข้อ ต่อไปนี้น่าจะช่วยให้คุณกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นจริงได้

1. สำรวจความจำเป็นของผู้อยู่อาศัย

การตัดสินใจมีบ้านเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เพราะจะให้ผลไปอีกยาวนาน เพื่อที่จะตัดสินใจให้รอบคอบ คุณควรเริ่มจากการดูความจำเป็นของสมาชิกในบ้านของทุกคนอย่างรอบด้าน เช่น

  • ทำเลที่เหมาะสมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น ปลอดภัย อยู่ในแหล่งชุมชน ใกล้ตลาด ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
  • ประเภทบ้านที่เหมาะกับผู้อยู่อาศัยทุกคน จำนวนชั้น พื้นที่ในบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยง เด็กเล็ก หรือพื้นที่จอดรถ ฯลฯ
  • ระยะทางในการเดินทางไปทำงานของผู้อยู่อาศัย ความสะดวกในการเดินทาง การคมนาคมต่างๆ

2. ดูความต้องการของผู้อยู่อาศัย

นอกจากความจำเป็นหรือฟังก์ชั่นของการอยู่อาศัยแล้ว การมีบ้านที่อยู่แล้วสุขใจก็ต้องถูกใจผู้อยู่อาศัยด้วย ถ้าหากคุณอยู่คนเดียว เรื่องนี้จะเป็นเรื่องง่ายมาก แต่ถ้าหากมีสมาชิกในบ้านหลายคน คุณอาศัยคุยกันเพื่อหาข้อสรุปที่ทุกคนพอใจ อยากมีบ้านหลังเล็กหรือใหญ่ บ้านสไตล์ใด มีความต้องการพิเศษที่ใครต้องการหรือเปล่า คุณจำเป็นต้องคุยกันเพื่อใช้กำหนดเป็นเป้าหมายบ้านในฝัน

3. อยากมีบ้านเป็นของตัวเองได้จริง ต้องสำรวจรายได้ของตนเอง

สิ่งสำคัญที่ความฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองจะเป็นจริงได้ คุณต้องตั้งเป้าหมายที่สามารถเป็นจริงได้ และชัดเจนมากพอ เพื่อที่คุณจะได้ใช้วางแผน ลงมือสานฝันต่อไป คุณจึงต้องสำรวจรายได้ของตัวเองก่อนว่าคุณมีความสามารถแค่ไหนเพื่อที่จะมีบ้าน

เริ่มต้นให้คุณดูว่าตอนนี้มีภาระอย่างอื่นที่ต้องนำเงินไปใช้หรือไม่ และควรประเมินค่าใช้จ่ายของตัวเองออกเป็นรายเดือน เพื่อดูว่าหากต้องชำระผ่อนสินเชื่อในแต่ละเดือนตามวงเงินที่กู้มา คุณต้องแบ่งจ่ายจากรายได้มากน้อยเท่าไร

คุณสามารถเข้าไปคำนวณสินเชื่อเบื้องต้น เพื่อดูยอดผ่อนต่อเดือนได้จากเครื่องคำนวณสินเชื่อ

ทั้งนี้ ยอดผ่อนชำระหนี้รวมต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% เพื่อให้จะยังสภาพคล่องทางการเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นด้วย

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกตามหาบ้านในฝัน

หลังจากที่ได้เป้าหมายชัดเจนแล้ว ขั้นตอนนี้เราจะมาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการมีบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนแรกในการสานความฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง โดยวิธีการเตรียมตัวหลักๆ ก็คือการเตรียมความพร้อมทางการเงินและการสร้างเครดิตเพื่อขอสินเชื่อบ้าน

เก็บเงิน 20% – 25% ของราคาบ้าน

จากหัวข้อแรก เมื่อคุณได้เป้าหมายเป็นบ้านหรือราคาบ้านโดยประมาณแล้ว แม้ว่าจะสามารถขอกู้ได้ถึง 95 – 100% ของราคาประเมินบ้าน แต่จริงๆ แล้วเราก็ต้องมีเงินเก็บส่วนหนึ่ง

1. หากคุณต้องการซื้อบ้าน

คุณต้องเตรียมเงินเผื่อสำหรับดาวน์บ้าน ประมาณ 5% – 20% ตามแต่ละโครงการ รวมทั้ง ต้องเผื่อสำหรับค่าธรรมเนียมต่างๆ ค่าโอนบ้าน ค่าจดจำนอง อีกราว 5%

2. หากคุณต้องการสร้างบ้าน

คุณจะต้องเตรียมเงินสำหรับก่อสร้างงวดแรก หรือ 20% ของแผนก่อสร้าง เพื่อเริ่มก่อสร้างบ้านไปก่อน ให้ธนาคารที่จะกู้เชื่อถือว่าเราจะใช้เงินกู้สินเชื่อบ้านได้ถูกจุดประสงค์

เตรียมเอกสารแสดงที่มารายได้

รายการเดินบัญชีเงินฝาก หรือ Statement คือเอกสารการเงินที่ธนาคารทุกแห่งจะขอเพื่อประเมินพฤติกรรมการใช้จ่ายหรือวินัยทางการเงินของเรา ถ้าหากเป็นพนักงานที่มีรายได้ประจำต่อเดือนอาจไม่น่าห่วง แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ หรือไม่ได้นำเงินเข้าระบบธนาคาร ก็ควรนำเงินเข้าระบบเพื่อให้มี Statement ตรงกับรายได้ที่แท้จริงของเรา

รายการเดินบัญชีที่ธนาคารจะขอดู คือ รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 – 12 เดือน ธนาคารจะดูว่าคุณมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงในการใช้จ่ายหรือไม่ เช่น กดเงินจนหมด กดเงินปริมาณมากๆ กดเงินบ่อย รายได้ต่อเดือนไม่สม่ำเสมอ ฯลฯ ในระยะเวลา 6 เดือนก่อนกู้ หรือตั้งแต่วันนี้ วันที่คุณฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง คุณสร้างเครดิตที่ดีได้ตามข้อแนะนำต่อไปนี้

ลดภาระหนี้สินเก่า สร้างเครดิตที่น่าเชื่อถือ

เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ หมายถึง หนี้สินทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ หากคุณลดภาระหนี้ลงได้ ก็จะยิ่งทำให้คุณสามารถขอสินเชื่อได้วงเงินมากขึ้น หรือถ้าคุณมีหนี้เพียงไม่กี่รายการก็ย่อมดีกับเครดิตของคุณมากกว่า ทั้งนี้ การมีหนี้สินอยู่บ้าง จะช่วยให้คุณมีประวัติในการชำระหนี้ ขอเพียงแค่ชำระหนี้ขั้นต่ำอย่างมีวินัย ตรงตามนัดทุกครั้ง ประวัติการชำระหนี้หรือเครดิตของคุณก็จะน่าเชื่อถือ

เริ่มต้นตามหาบ้านในฝัน

ความฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองจะเป็นจริงไม่ได้ถ้าหากคุณไม่ริเริ่มลงมือเพื่อมีบ้าน หลังจากที่คุณแปลงเป้าหมายมาแล้ว คุณก็จะรู้ว่าราคาบ้านที่ต้องการหานั้นอยู่ในราคาระดับไหน หรืองบประมาณที่ต้องใช้คือเท่าไร พร้อมทั้งเตรียมตัวด้านการเงินให้พร้อม ก้าวแรกสู่เส้นทางมีบ้านได้จริงก็ได้เริ่มขึ้นด้วยการตั้งต้นหาบ้านที่ตรงตามเป้าหมายและตามงบประมาณ และมองหาธนาคารที่ดอกเบี้ยถูก ผ่อนได้นาน เพื่อภาระผ่อนต่อเดือนไม่หนักหนา เมื่อมีบ้านอยู่เป็นของตัวเองแล้วหลับสบาย ไม่เดือนร้อนเรื่องภาระผ่อน

สรุป

บ้านที่เป็นของเราจริงๆ นั้น จะให้ความรู้สึกแบบไหน?

คุณเริ่มสร้างคำตอบของคุณเองได้ด้วยการค่อยๆ สานฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองให้เป็นจริง อาจเริ่มต้นจากคำแนะนำในบทความชิ้นนี้ 3 ข้อสำคัญ ตั้งเป้าหมายที่เป็นจริงได้ เตรียมความพร้อมด้านการเงิน และต้องเริ่มลงมือจริง เชื่อว่าหากคุณทำได้ตามนี้ บ้านในฝันของคุณก็เป็นจริงได้

PostFooter เทคนิคเก็บเงินซื้อบ้าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 เคล็ดลับการเลือกทาวน์เฮ้าส์มือสอง

ทาวน์เฮ้าส์มือสองเป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับคนอยากมีบ้านแต่มีงบประมาณจำกัด เพราะราคาของทาวน์เฮ้าส์มือสองนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ไม่ถึง 1,000,000 บาท ทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถมีบ้านเป...

อ่านรายละเอียด

ก่อนคิดเก็บเงินซื้อบ้าน ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

สำหรับคนที่มุ่งมั่นอยากจะมีบ้าน มักจะเริ่มต้นความฝันด้วยการเก็บออม เพราะบ้านเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาสูงและอาจสูงที่สุดตลอดชีวิตที่คนคนหนึ่งจะได้ครอบครอง อย่างไรก็ตาม หลายคน...

อ่านรายละเอียด

วิธีเก็บเงินซื้อบ้าน (ที่นำไปใช้ได้จริง)

การสร้างบ้านหนึ่งหลัง หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แม้ทุกวันนี้จะมีสินเชื่อบ้านมากมายให้กู้ แต่การหวังพึ่งเพียงน้ำบ่อหน้า อาจไม่เพียงพอ เพราะการจะซื้อบ้านยังมี...

อ่านรายละเอียด

ค้นหาตาม Keyword เช่น การเงิน, การลงทุน, สินเชื่อ, บ้าน