6 วิธีลดหย่อนภาษีสิ้นปีง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนนี้

/
/
6 วิธีลดหย่อนภาษีสิ้นปีง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนนี้

เตรียมตัวคำนวณ “ลดหย่อนภาษี” เพื่อไว้ใช้ยื่นภาษีจริงในปีหน้า ในบทความนี้เราได้รวบรวม 10 วิธีลดหย่อนภาษีสิ้นปีง่าย ๆ เพียงทำตามขั้นตอนนี้

 วิธีลดหย่อนภาษีสิ้นปีง่าย ๆ เพียงทำตามขั้นตอน รับรอง ครบ จบ ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีสิ้นปีอีกต่อไป

เข้าสู่ช่วงสิ้นปีแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนกังวล โดยเฉพาะเหล่าคนทำงาน คือเตรียมตัวคำนวณ “ลดหย่อนภาษี” เพื่อไว้ใช้ยื่นภาษีจริงในปีหน้า ในบทความนี้เราได้รวบรวม 10 วิธีลดหย่อนภาษีสิ้นปีง่าย ๆ เพียงทำตามขั้นตอนนี้ รับรองว่าไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีสิ้นปีอีกต่อไป

ความสำคัญของการลดหย่อนภาษี

การลดหย่อนภาษี เป็นวิธีที่จะทำให้เราได้เงินภาษีคืน และประหยัดเงินในกระเป๋าของตัวเองได้มากขึ้น โดยเป็นรายการใช้จ่ายที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้ผู้มีเงินได้สามารถนำไปหักออกจากเงินได้ หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วเพิ่มเติมได้ และวิธีนี้ไม่ใช่การเลี่ยงภาษี แต่เป็นรายการที่กฎหมายอนุญาตให้ทุกคนทำได้นั่นเอง

6 วิธีลดหย่อนภาษีสิ้นปีง่าย ๆลดหย่อนภาษีส่วนตัว

6 วิธีลดหย่อนภาษีสิ้นปีง่าย ๆลดหย่อนภาษีส่วนตัว

1. ลดหย่อนภาษีส่วนตัว

    สำหรับการลดหย่อนภาษีส่วนตัว กรมสรรพากรได้กำหนดให้ สามารถหักค่าลดหย่อนได้ 60,000 บาท เป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ที่มีรายได้ทุกคน ที่สามารถนำมาลดหย่อนได้ทันที โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ

    2. ลดหย่อนภาษีครอบครัว

    การลดหย่อนภาษีของครอบครัวนั้น แต่ละครอบครัวสามารถนำค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ โดยต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และคู่สมรสต้องไม่มีรายได้ นอกจากนั้นยังมีในกรณีที่เรามีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุตร หรือการตั้งครรภ์ ก็สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนได้เช่นกัน

    • ค่าลดหย่อนคู่สมรส จำนวน 60,000 บาท สำหรับคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย และคู่สมรสจะต้องไม่มีรายได้
    • ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร ที่จ่ายให้กับสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง รวมสูงสุดไม่เกินครรภ์ละ 60,000 บาท (ทั้งนี้การตั้งครรภ์ลูกแฝดจะนับว่าเป็นครรภ์เดียว) หากทั้งสามีและภรรยายื่นภาษีทั้งคู่ จะให้สิทธิลดหย่อนนี้แก่ภรรยาเท่านั้น โดยสามีสามารถลดหย่อนภาษีในกรณีที่ภรรยาไม่มีเงินได้
    • ค่าลดหย่อนภาษีบุตร คนละ 30,000 บาท โดยจะต้องเป็นบุตรโดยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว และต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุไม่เกิน 25 ปี และกำลังศึกษาอยู่ หรือในกรณีที่บุตรอายุเกิน 25 ปี ขึ้นไป แต่มีสถานะเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ก็สามารถลดหย่อนภาษีได้ ในกรณีบุตรคนที่ 2 ขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป สามารถลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท
      • กรณีมีเฉพาะบุตรชอบด้วยกฎหมาย: สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรกี่คนก็ได้ตามจำนวนบุตรจริง
      • กรณีมีเฉพาะบุตรบุญธรรม: สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้คนละ 30,000 บาท สูงสุด 3 คน
      • กรณีมีทั้งบุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรม: ให้ใช้สิทธิบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายก่อน และหากบุตรบุญธรรมเป็นคนที่ 4 จะไม่สามารถใช้สิทธิได้ แต่ถ้าบุตรบุญธรรมอยู่ในคนที่ 1-3 สามารถใช้สิทธิบุตรบุญธรรมได้
    • ค่าลดหย่อนสำหรับเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเองและของคู่สมรส จำนวนคนละ 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 4 คน กล่าวคือ สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท (และจะต้องไม่ใช่พ่อแม่บุญธรรม) โดยบิดามารดาจะต้องมาอายุมากกว่า 60 ปี และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนซ้ำระหว่างพี่น้องได้
    • ค่าลดหย่อนภาษีกรณีอุปการะผู้พิการหรือบุคคลทุพลภาพ จำนวนคนละ 60,000 บาท และผู้พิการจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และมีบัตรประจำตัวผู้พิการ รวมถึงจะต้องมีหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะ

    3. ลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน

    ในกรณีที่คุณจ่ายเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือ เงินฝากแบบมีประกันชีวิตในช่วงปีที่ผ่านมา สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายตลอดทั้งปีมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยจะต้องเป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป ที่ทำกับบริษัทประกันในประเทศไทยเท่านั้น

    • เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป รวมถึงประกันแบบสะสมทรัพย์ สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยประกันต้องคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
    • เบี้ยประกันสุขภาพ รวมถึงเบี้ยประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
    • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท และสามารถรวมประกันสุขภาพพ่อแม่ของคู่สมรสมาลดหย่อนภาษีได้ ในกรณีที่คู่สมรสไม่มีรายได้
    • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้รวมทั้งปี และต้องไม่เกิน 200,000 บาท หรือต้องไม่เกิน 300,000 บาท หากไม่มีการลดหย่อนภาษีด้วยเบี้ยประกันชีวิต และเมื่อรวมกับหมวดการลงทุนเพื่อการเกษียณแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

    4. ลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน

    การลดหย่อนภาษีด้วยกองทุนอีกหนึ่งวิธีลดหย่อนภาษี ซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน โดยเราสามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ ก็ได้ อาทิ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ

    • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF: Retirement Mutual Fund) สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
    • กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF: Super Saving Funds) เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว สามารถนำมาลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยให้สิทธิประโยชน์สำหรับลดหย่อนภาษี 5 ปี
    • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.) / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน สามารถนำมาลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามจำนวนที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
    • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 13,200 บาท
    • เงินลงทุนธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม) สำหรับผู้ที่ลงทุนในธุรกิจ Social Enterprise ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยธุรกิจนั้นต้องจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมประเภทไม่ประสงค์แบ่งปันกำไร และต้องถือหุ้นจนกว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นเลิกกิจการ

    5. ลดหย่อนภาษีด้วยกลุ่มเงินบริจาค

    ลดหย่อนภาษีด้วยกลุ่มเงินบริจาค

    การลดหย่อนภาษีด้วยกลุ่มเงินบริจาค หากเรามีการบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา พัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ สามารใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคจริง แต่การลดหย่อนผ่านเงินบริจาค ต้องมีการอัปเดตเงื่อนไขจากภาครัฐอยู่เสมอ เพราะอาจมีทั้งองค์กรที่เพิ่มขึ้น และเงื่อนไขการรับบริจาคที่ปรับปรุงใหม่

    • เงินบริจาคลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า หากคุณบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา พัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ สามารใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาครจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยงาน หรือโรงพยาบาลที่เข้าเงื่อนไขได้ที่ เว็บไซต์ของกรมสรรพากร
    • บริจาคลดหย่อนภาษีทั่วไป สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหัก
    • บริจาคพรรคการเมือง สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

    6. ลดหย่อนภาษีโดยการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

    รายจ่ายกลุ่มสุดท้ายที่สามารถนำมาใช้เพื่อลดหย่อนภาษีได้ก็คือ การใช้จ่ายที่อยู่ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือโครงการช้อปดีมีคืน โดยอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แตกต่างกันไปในแต่ละปี

    • โครงการช้อปดีมีคืน 2566 สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 40,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าและบริการในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2566 ตามที่จ่ายจริง โดย 30,000 บาทแรกเป็นค่าซื้อสินค้าและบริการที่มีหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ และอีก 10,000 บาท ต้องมีหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น สินค้าและบริการที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่ สินค้าและบริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สินค้า OTOP และสินค้าหมวดหนังสือ (รวมถึง E-Book)
    • ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเดี่ยว คอนโด ห้องชุด และอาคาร เป็นต้น สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

    ฝากเงินกับ ธอส. ไม่เสียภาษี รับดอกเบี้ยเต็ม ๆ

    ในปัจจุบันวิธีเก็บเงินที่ได้รับความนิยมที่สุด คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการเก็บเอาไว้ในบัญชีเงินฝากของธนาคาร แต่หลาย ๆ คนที่มีเงินฝากจำนวนมาก ก็อาจจะมีความกังวลเกี่ยวกับภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก และไม่อยากยุ่งยากไปกับการลดหย่อนภาษี

    ฝากเงินกับ ธอส. สามารถทำได้ง่าย มีความเสี่ยงต่ำ เงินต้นไม่หายไปไหน และสามารถมั่นใจได้กับดอกเบี้ยที่แน่นอน และบางครั้งระยะเวลาที่กำหนดในการฝากเงินก็จะช่วยให้เงินไม่ถูกนำไปใช้ตามใจของเรามากจนเกินไป 

    อีกทั้งฝากเงินกับ ธอส. ยังไม่เสียภาษี และยังมีผลตอบแทนที่คุ้มค่าอีกด้วย นอกจากนั้น ธอส. ยังมีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้สามารถเลือกการออมในรูปแบบต่าง ๆ ได้

    สลากออมทรัพย์ ธอส. ช่วยเพิ่มโอกาสในทุกการลงทุน

    นอกจากเรื่องของเงินฝาก ธอส. ยังได้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ มั่นคงให้ผลตอบแทนดี โดยสลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดขาลเพิ่มพูนปี 2566 เป็นสลากรุ่นใหม่ลูกค้ามีโอกาสลุ้นเงินรางวัลที่ 1 สูงสุดถึง 2 ล้านบาท ระยะเวลา 36 งวด

    รู้จักกับ “สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุด ขาลเพิ่มพูน ปี 2566”

    รางวัลใหญ่

    • รางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลสูงถึง 2 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล
    • รางวัลที่ 2 มูลค่ารางวัลละ 20,000 บาท จำนวน 4 รางวัล
    • รางวัลที่ 3 มูลค่ารางวัลละ 2,000 บาท จำนวน 40 รางวัล

    รางวัลเลขท้าย

    • รางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมุน 1 ครั้ง รางวัลละ 90 บาท
    • รางวัลเลขท้าย 2 ตัว หมุน 1 ครั้ง รางวัลละ 40 บาท

    หากฝากตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป การันตีถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวทุกงวดรับผลตอบแทน 1.630% ต่อปี ฝากตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป การันตีถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลเลขท้าย 3 ตัวทุกงวด รับผลตอบแทน 1.738% ต่อปี

    อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุด “ขาลเพิ่มพูน ปี 2566 >>> ได้ที่นี่

    ฝากเงินและซื้อสลากออมทรัพย์ กับ ธอส. ง่าย ไม่เสียภาษี พร้อมผลตอบแทนที่คุ้มค่า

    การฝากเงิน หรือการซื้อสลากออมทรัพย์ ถือเป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิต และการลงทุน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการได้ เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ปลอดภัยด้านการเงินตลอดไปจนถึงวัยเกษียณ เลือกฝากเงินกับ ธอส. ไม่เสียภาษี พร้อมผลตอบแทนที่คุ้มค่า รวมไปถึงการซื้อสลากออมทรัพย์ กับ ธอส. เพื่อการลงทุนที่มีความมั่นคง และให้ผลตอบแทนดี 

    หากสนใจฝากเงินกับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูล เพื่อขอคำแนะนำเรื่องการฝากเงิน >>> ได้ที่นี่

    สนใจลงทะเบียนซื้อสลากออมทรัพย์ได้ที่ >>> ได้ที่นี่

    นอกจากนี้ ถ้าคุณวางแผนจะซื้อบ้านและต้องการที่ปรึกษาวางแผนและบริหารจัดการด้านการเงินต่าง ๆ ก็ปรึกษากับเราโดยตรงได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ 

    สนใจขอสินเชื่อบ้านกับ ธอส. ได้ผ่านช่องทางบริการดังนี้

    • ยื่นขอสินเชื่อด้วยตนเองผ่าน GHB ALL GEN คลิก https://bit.ly/42bftBa
    • ให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารติดต่อกลับ เพื่อแนะนำสินเชื่อคลิก https://bit.ly/45KbcG9
    • แชทสอบถามปรึกษาสินเชื่อคลิก m.me/GHBank
    • ข้อเสนอดีๆ เพื่อคนอยากมีบ้านจาก ธอส. เพิ่มเติมคลิก : https://www.ghbank.co.th/product/loan

    ที่มา: 

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง
    -

    บริการของเรา

    สนใจผลิตภัณฑ์ธนาคาร

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    เรื่องที่คุณอาจสนใจ

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    เรื่องที่คุณ
    อาจสนใจ

    ในบทความนี้ เรามาไขข้อสงสัยกันว่า ถ้าหากเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ จะกู้ซื้อบ้านได้หรือไม่ พร้อมแนะนำในการเตรียมตัวขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านได้ง่าย
    บทความนี้มาไขข้อสงสัย ว่าถ้าอยากซื้อบ้านมือสองที่ติดจำนองอยู่ จะสามารถทำได้หรือไม่ มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง และในขั้นตอนของการซื้อขายต้องทำอย่างไร
    บทความนี้มาดูกันว่า ก่อนจะตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง จะต้องตรวจเช็คในเรื่องไหนบ้าง และนอกจากเรื่องของสภาพบ้านต้องตรวจเช็คอะไรเพิ่มเติมอีก

    ติดตามข่าวสารจาก GH BANK

    อัปเดตทุก
    เรื่องบ้าน

    อัพเดตเรื่องบ้านก่อนใคร รู้ก่อนได้เปรียบ

    ติดตามข่าวสารจาก GH BANK

    อัปเดตทุก
    เรื่องบ้าน

    อัพเดตเรื่องบ้านก่อนใคร รู้ก่อนได้เปรียบ

    ติดตามข่าวสารจาก GH BANK

    อัปเดตทุก เรื่องบ้าน

    อัพเดตเรื่องบ้านก่อนใคร รู้ก่อนได้เปรียบ

    ค้นหาตาม Keyword เช่น การเงิน, การลงทุน, สินเชื่อ, บ้าน